Investor Relations

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายใน จึงได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทั้งในด้านการเงิน การบริหาร การดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และมุ่งเน้นให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของ COSO (The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) โดยครอบคลุมด้านการควบคุมภายในองค์กร (Control Environment) การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) การควบคุมการปฏิบัติงาน (Control Activities) ระบบสารสนเทศ และการสื่อสารข้อมูล (Information and Communication) ตลอดจนระบบการติดตาม (Monitoring Activities)

นอกจากนี้มีการกำหนดภาระหน้าที่ อำนาจการดำเนินการของผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหาร ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินของบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์ และมีการแบ่งแยกหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ติดตามควบคุมและการประเมินผลออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสม นอกจากนี้บริษัทฯ ยังจัดให้มีระบบการรายงานทางการเงินเสนอต่อสายงานที่รับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน และมีผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการตรวจสอบมีขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบในการสอบทานงบการเงิน การเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินและรายการที่มีความเกี่ยวโยงกันหรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เชื่อถือได้ และประสานงานกับฝ่ายตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชี และฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ในการสอบทานระบบการควบคุมภายใน และดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานและผลตอบแทนของฝ่ายตรวจสอบภายใน และคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและค่าสอบบัญชีประจำปี รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย และมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคณะกรรมการตรวจสอบได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิผล

คณะกรรมการบริษัทได้ใช้แบบประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในที่สำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ เป็นแนวทางในการประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ และบริษัทย่อย และรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละครั้ง โดยมีการเปิดเผยผลการประเมินฯ ไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (56-1) และรายงานประจำปีของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัท และ ฝ่ายบริหาร ได้ร่วมประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน ระหว่างปี 2559 โดยในการประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งมีคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ ฝ่ายบริหาร ร่วมประชุมเพื่อพิจารณารัทราบผลประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ที่ฝ่ายบริหารของบริษัทฯ กำหนดขึ้นในด้านต่างๆ 5 ส่วน กล่าวคือ การควบคุมภายในองค์กร การประเมินความเสี่ยง การควบคุมการปฏิบัติงาน ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล และระบบการติดตาม คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นเช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจสอบ กล่าวคือ

“โดยรวมบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอ และเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอที่จะดำเนินการตามระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีระบบควบคุมภายในในเรื่องการติดตามควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อย ให้สามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัทฯ และบริษัทย่อยจากการที่กรรมการ หรือผู้บริหารนำไปใช้โดยมิชอบหรือโดยไม่มีอำนาจ รวมถึงการทำธุรกรรมกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง และบุคคลที่เกี่ยวโยงอย่างเพียงพอแล้ว สำหรับการควบคุมภายในในหัวข้ออื่น คณะกรรมการฯ เห็นว่าบริษัทฯ มีการควบคุมภายในที่เพียงพอแล้วเช่นกัน คณะกรรมการตรวจสอบและฝ่ายบริหารได้ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทฯ มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีการควบคุมภายในที่เพียงพอเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ มีการบริหารความเสี่ยงในระดับที่ยอมรับได้ ระบบบัญชี และรายงานทางการเงินมีความถูกต้องเชื่อถือได้ รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ”

หัวหน้างานตรวจสอบภายใน

ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2549 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 ได้แต่งตั้งนายวิชัย สันทัดอนุวัตร ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ และดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัทฯ จนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาแล้วว่า นายวิชัย สันทัดอนุวัตร มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายในในธุรกิจของบริษัทฯ มาเป็นระยะเวลานาน และมีความเข้าใจในกิจกรรม และการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นอย่างดี จึงเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างเหมาะสมเพียงพอ

ทั้งนี้ในปัจจุบัน การพิจารณาและอนุมัติ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย รวมถึงพิจารณาประเมินผลการปฏิบัติงาน และผลตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัทจะต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานตรวจสอบภายในปรากฎในรายละเอียดเกี่ยวกับหัวหน้างานตรวจสอบภายใน เลขานุการบริษัท และหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน

หมายเหตุ: รายละเอียดของหัวหน้างานตรวจสอบภายในและหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงานตาม "รายละเอียดเกี่ยวกับหัวหน้างานตรวจสอบภายใน, เลขานุการบริษัท และหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน"