Investor Relations

ข้อมูลบริษัท

ประวัติบริษัท

การขยายตัวของธุรกิจ

ปี เหตุการณ์
2526
จัดตั้งบริษัทแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนท์เม้นท์ จำกัด โดยในระยะแรกดำเนินธุรกิจหลักสร้างสรรค์ผลงาน เพลงไทยสากลโดยออกอัลบั้มชุดแรก "นิยายรักจากก้อนเมฆ " โดยแพทย์หญิง พันทิวา สินรัชตานันท์ และผลิตรายการทีวี 3 รายการได้แก่ ยิ้มใส่ไข่, มันกว่าแห้ว, เสียงติดดาว
2527
แกรมมี่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการออกอัลบั้ม "เต๋อ 1" ของเรวัต พุทธินันท์
2529
อัลบั้มแรกของ ธงไชย แมคอินไตย์ "หาดทราย สายลม สองเรา" ออกวางตลาด พร้อมทั้งเพิ่มการผลิต เพลงแนวร็อค โดยออกอัลบั้ม "ร็อค เล็ก เล็ก" ของวงไมโคร
2531
จัดตั้งบริษัท เอ็มจีเอ จำกัด เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายเทปเพลงและสินค้าบันเทิงอื่นๆ
2532
ขยายธุรกิจสู่ธุรกิจวิทยุ โดยจัดตั้งบริษัท เอ-ไทม์ มีเดียจำกัด ออกอากาศ "Green Wave" และ "Hot wave" เป็นสองสถานีแรก
2534
จัดตั้งบริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตรายการทีวี และเริ่มออกอากาศละครซี่รีส์ สามหนุ่ม สามมุม นอกจากนี้ยังรุกเข้าสู่ธุรกิจจัดคอนเสิร์ตโดยจัดตั้งบริษัท เอ็กซ์ทรอกาไนเซอร์ จำกัด ทำใหแกรมมี่เป็นกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบันเทิงครบวงจรมากยิ่งขึ้น
2536
เริ่มต้นเข้าสู่ยุคแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์และภูมิปัญญาของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงและผลงานบันเทิง
2537
นำบริษัท แกรมมี่ เอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเริ่มธุรกิจภ าพยนตร์ (Featured film)
2539
ขยายเข้าสู่ธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยการเข้าลงทุนในนิตยสารอิมเมจ
2540
เริ่มขยายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเปิดบริษัทในประเทศไต้หวัน
2542
จัดตั้งโรงเรียนสอนดนตรีมีฟ้า
2543
จัดตั้งหน่วยธุรกิจ E-Business เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Digital content เพื่อรองรับธุรกิจที่เกิดจาก เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา
2544
เปลี่ยนชื่อบริษัทจากบริษัท แกรมมี่ เอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)
2545
มีการแยกบริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ออกจากกลุ่มบริษัทเพื่อจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ โดย มีการโอนขายบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสิ่งพิมพ์ จำนวน 8 บริษัทจากบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ให้แก่บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน)
2546
กลุ่มบริษัทมีกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจภาพยนตร์โดย ผลิตภาพยนตร์คุณภาพถึง 5 เรื่องออกฉาย ภายในปีนี้ เรื่อง "แฟนฉัน" ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากการเป็นภาพยนตร์ไทย ที่ทำรายได้ จากการฉายสูงสุดในปี 2546 นอกจากนี้เรื่อง "Beautiful Boxer" ยังได้รับความสนใจจากต่าง ประเทศอย่างมาก
2547
ตั้งเป้าหมายสู่การเป็น "King of content" โดยการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่บริษัท ดีทอล์ค จำกัด (ผลิตรายการทีวี), บริษัทสยามอินฟินิท จำกัด (ให้บริการเกมออนไลน์), บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด (ผลิตภาพยนตร์) และบริษัทนินจา รีเทินส์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (รับจัดกิจกรรมและคอนเสิร์ต)
2548
เมษายน
ขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจอีเวนท์ โดยเข้าลงทุน 50% ในบมจ. อินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเจนซี่ ผ่านบริษัทย่อย บมจ. จีเอ็มเอ็ม มีเดีย เพื่อให้มีธุรกิจสื่อที่ครบวงจร ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์
ได้รับการโหวตให้เป็น "Best Small Cap" ของประเทศไทย และได้อันดับสองในการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ซึ่งจัดโดยนิตยสาร FinanceAsia
มิถุนายน
เข้าลงทุนใน บมจ. ซีเอ็ดยูเคชั่น เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ เช่น ช่องทางการจำหน่ายสินค้า
กรกฎาคม
เข้าร่วมทุนในบริษัท คลีน คาราโอเกะ จำกัด เพื่อให้บริหารจัดการเรื่องลิขสิทธิ์เพลง การจัดการเรียกเก็บเงิน จากตู้คาราโอเกะ โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 80 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 20 ล้านบาท
กันยายน
ลงทุนผ่าน บมจ.จีเอ็มเอ็ม มีเดีย เพื่อขยายเข้าสู่ธุรกิจหนังสือพิมพ์ โดยการลงทุนใน บมจ.มติชน ในสัดส่วน 20% และ บมจ.โพส พับลิชชิง ในสัดส่วน 23.6%
2549
เข้าร่วมทุนในบริษัทจีเอ็มเอ็ม ฟิสเนตคลับ จำกัด เพื่อให้บริการด้านสถานออกกำลังกาย โดยบริษัทฯถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน จำนวน 40 ล้านบาท

เข้าร่วมทุนในบริษัทลักษ์มิวสิค 999 จำกัด เพื่อขยายธุรกิจด้านการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเพลง โดย บริษัทฯถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน จำนวน 20 ล้านบาท
2550
บริษัทซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ทรี-อาร์ดี จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 จำนวน 2.63 ล้านบาท

บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ได้ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท แชนแนล(วี) มิวสิค(ประเทศไทย) ในสัดส่วนร้อยละ 25 จำนวน 16.65 ล้านบาท
2551
จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด ได้ขอเพิกถอนจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2552
เข้าร่วมทุนใน บริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด ดำเนินธุรกิจสถานีโทรทัศน์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน โดยบริษัทฯ ถือหุ้นสามัญ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท
2553
เข้าร่วมลงทุนในบริษัท แอ็กซ์ สตูดิโอ จำกัด กับ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท ร่วม เพื่อดำเนินการก่อสร้างสตูดิโอขนาดใหญ่ โดยถือหุ้นกันในสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 200 ล้านบาท

เข้าร่วมลงทุนในบริษัท ลักษ์ แซทเทิลไลท์ จำกัด เพื่อผลิตรายการออกอากาศผ่าน ดาวเทียม โดยถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียนจำนวน 20 ล้านบาท
2554
เข้าร่วมทุนกับบริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทโฮมช้อปปิ้ง อันดับ1 ของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อประกอบธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด 540 ล้านบาท
2555
มีนาคม
บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ลงทุนในหุ้นสามัญของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด ซึ่งได้จดทะเบียนจัดตั้งกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2555 ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก
มิถุนายน
เปิดตัวธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง ผ่านทางช่องทีวีดาวเทียม ภายใต้ชื่อ "GCJ O Shopping"ซึ่งสามารถรับชมได้ผ่านแพลตฟอร์ม GMM Z ช่อง 0 และแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมอื่นๆ รวมถึงเคเบิลทีวีทั่วประเทศ
2556
กุมภาพันธ์
เปิดให้บริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) อย่างเป็นทางการ ซึ่งสมาชิกสามารถเลือกรับชมช่องรายการเพย์ทีวี ได้โดยการซื้อบัตรเติมช่อง ที่มีรูปแบบแพคเกจ 4 ประเภท คือ แพคเกจช่องบันเทิงแบบรายเดือน แพคเกจช่องกีฬาแบบรายเดือน แพคเกจรวมช่องบันเทิงและกีฬาแบบรายเดือน และแพคเกจรวมช่องบันเทิงและกีฬาแบบรายปี
มีนาคม
นำภาพยนตร์เรื่อง “พี่มาก.. พระโขนง” ออกสู่สายตาประชาชน และทำรายได้ Box Office สูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ที่ 567 ล้านบาท
กรกฎาคม
เปิดตัวบริการใหม่ สำหรับโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้ระบบ AIS ชื่อ "GMM Z on AIS"อย่างเป็นทางการ เพื่อขยายฐานลูกค้าเพย์ทีวี
กันยายน
เปิดให้มีการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ด้วยอัตราส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 10 บาท โดยมีผู้ใช้สิทธิแสดงความจำนงในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนครบตามจำนวนที่เสนอขาย คือ 106,052,989 หุ้น ส่งผลให้สามารถระดมเงินทุนคิดเป็นจำนวน 1,060,529,890 บาท
ธันวาคม
เข้าร่วมการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ
2557

มกราคม
- ชนะการประมูลในการใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง (วาไรตี้ เอชดี) และแบบความคมชัดปกติ (วาไรตี้ เอสดี)
เมษายน
- เริ่มทดลองออกอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง
กรกฎาคม
- ร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) (“CTH”) ในการดำเนินธุรกิจเพย์ทีวี โดยเข้าซื้อหุ้นสามัญของ CTH จำนวน 30,000,000 หุ้น มูลค่ารวม 1,030,000,000 บาท โดยบริษัทฯ จะชำระราคาค่าซื้อหุ้นดังกล่าวเป็นหุ้นสามัญของ บริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด (“GMM B”) ให้แก่บริษัทย่อยของ CTH คือ บริษัท ซีทีเอช แอลซีโอ จำกัด (“CTH LCO”) เป็นจำนวน 38,659,700 หุ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ GMM B ดังนั้นจึงมีผลทำให้ GMM B สิ้นสภาพในการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ความร่วมมือทางธุรกิจนี้ จะสามารถรวมศักยภาพของทั้ง 2 บริษัทเข้าด้วยกันทั้งทางด้านการตลาด ด้านรายการ ด้านเครือข่าย และฐานลูกค้า
- ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 183,631,793 หุ้น มีรายละเอียดดังนี้
      • จัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 63,631,793 หุ้น ในราคาหุ้นละ 13.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ในอัตราจัดสรร 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนนี้ บริษัทฯ จะนำไปจัดสรรและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ต่อไป
       • จัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 120,000,000 หุ้นให้แก่ผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจง (Private Placement)
โดยวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนในครั้งนี้เพื่อรองรับแผนการลงทุนในธุรกิจด้านต่าง ๆ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เป็นประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว
ตุลาคม
- เปิดให้มีการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ด้วยอัตราส่วน 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 13.50 บาท ทำให้บริษัทฯ ได้รับเงินกว่า 766 ล้านบาท
พฤศจิกายน
- เปิดให้มีการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจง (Private Placement) จำนวนทั้งสิ้น 126,878,693 หุ้น และได้รับผลตอบรับจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบริษัทจดทะเบียน และกลุ่มนักลงทุน High Net Worth โดยยอดจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนสูงกว่ายอดเสนอขาย (Oversubscribe) ในอัตราส่วนมากถึง 1.20x เท่า

2558
มกราคม
- จำหน่ายหุ้นสามัญของ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 49.55 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 6 บาท ให้กับนายณัฐพล จุฬางกูร ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ได้รับเงินสุทธิ (หลังจากหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) เท่ากับ 297.16 ล้านบาท
กุมภาพันธ์
- ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2558 มีมติอนุมัติการสละสิทธิการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนบางส่วนในบริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี เทรดดิ้ง จำกัด ให้กับกลุ่มนายถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกับบริษัทฯ ส่งผลให้บริษัทฯ มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี เทรดดิ้ง จำกัด เท่ากับร้อยละ 51 รวมทั้งอนุมัติการขายเงินลงทุนในบริษัท แอ็กซ์ สตูดิโอ จำกัด ที่บริษัทฯ ถือครองทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี เทรดดิ้ง จำกัด อีกด้วย
มิถุนายน
- ขายเงินลงทุนทั้งหมดใน บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) จำนวน 86,000,000 หุ้น (คิดเป็นร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว) ให้กับ บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในราคาหุ้นละ 5 บาท สูงกว่ามูลค่าตามบัญชี ซึ่งอยู่ที่ราคาหุ้นละ 3.40 บาท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557) คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 430 ล้านบาท
สิงหาคม
- ขายเงินลงทุนกลุ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์ในเครือของบริษัทฯ ทั้งหมด ให้กับ กลุ่มบริษัท ซี ทรู จำกัด คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 45.00 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 ซึ่งมีมูลค่ารวม 28.89 ล้านบาท
ธันวาคม
- ยุติการดำเนินงานของบริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด (GTH) โดยจะมีผลในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป ทั้งนี้บริษัทฯ จะเป็นผู้บริหารสิทธิ์ของผลงานทั้งหมดและจะมีการแต่งตั้งตัวแทนในการบริหารสิทธิ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง สำหรับผลงานที่ทาง GTH กำลังดำเนินการผลิตอยู่นั้น จะดำเนินการผลิตต่อและนำออกเผยแพร่ในนามของ GTH จนเสร็จสิ้น
จะเป็นผู้บริหารสิทธิ์ของผลงานทั้งหมดและจะมีการแต่งตั้งตัวแทนในการบริหารสิทธิ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง สำหรับ ผลงานที่ทาง GTH กำลังดำเนินการผลิตอยู่นั้น จะดำเนินการผลิตต่อและนำออกเผยแพร่ในนามของ GTH จนเสร็จสิ้น
- จัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH 559) เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ รวมถึงสื่อโฆษณาและบริการจัดหานักแสดง โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว จำนวน 5 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51
2559
มกราคม
- บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH 559) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 150 ล้านบาท
กุมภาพันธ์
- มีการประกาศยุติบริการ Z PAY TV ซึ่งถือเป็นการยุติบริการในส่วน PAY TV ที่ดำเนินการและเป็นเจ้าของโดยกลุ่ม CTH  โดยกลุ่มบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้บริการดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ธุรกิจแพลตฟอร์มโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม “GMM Z” ของกลุ่มบริษัทฯ ยังคงดำเนินการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณให้ผู้ใช้บริการสามารถรับชมช่องรายการฟรีทีวีได้ตามปกติ ทั้งในระบบ C-Band และ KU-Band
มิถุนายน
- เปิดตัวหน่วยธุรกิจใหม่ “จีเอ็ม บราโว” (GMM Bravo) ในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ชูกลยุทธ์ “New Content Solution” สร้างนวัตกรรมจากการแปลงทรัพย์สินเป็นคอนเทนต์ ด้วยการนำคลังเพลงและศิลปินในเครือแกรมมี่ มาพัฒนาต่อยอดผลิตเป็นคอนเทนต์เพื่อนำเสนอผ่านหน้าจอทีวีและมัลติแพลตฟอร์ม ในรูปแบบซีรีส์ และรายการวาไรตี้ต่าง ๆ โดยการดำเนินงานผลิตทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของ “เอกชัย เอื้อครองธรรม” ผู้กำกับภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์ชื่อดัง
ตุลาคม
- กรณีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกประกาศแนวทางปฏิบัติการนำเสนอเนื้อหารายการวิทยุและโทรทัศน์ในช่วงการถวายความอาลัย เป็นเวลา 30 วัน ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2559 – 14 พฤศจิกายน 2559 พร้อมวางแนวทางการออกอากาศต่อเนื่องจนครบ 100 วันในวันที่ 21 มกราคม 2560 โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและสอดคล้องกับกับสถานการณ์ ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการปรับผังรายการพิเศษ รวมถึงผลิตรายการใหม่เพื่อเทิดพระเกียรติในช่วงเวลาดังกล่าว อาทิ “เราเกิดในรัชกาลที่ 9 เดอะซีรีส์” “สดุดี คีตราชา” และเลื่อนกำหนดออกอากาศของโฆษณาและรายการต่าง ๆ โดยยึดหลักความเหมาะสมกับสถานการณ์เป็นสำคัญ
พฤศจิกายน
- บริษัทฯ ได้เข้าร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (“สัญญาซื้อขายหุ้น”) ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2559 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 โดย บริษัทฯ เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์  จะจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกเป็นจำนวน 1,905,000,000 บาท โดยการออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 19,050,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม รวมถึง บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด (“ประนันท์ภรณ์”) ซึ่งจะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ทั้งนี้ เมื่อรวมทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นกับทุนจดทะเบียนเดิมของ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์  จำนวน 1,905,000,000 บาท จะทำให้ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ มีทุนจดทะเบียนภายหลังการเพิ่มทุนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,810,000,000 บาท
- ในการเพิ่มทุนจดทะเบียน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จะแบ่งการเพิ่มทุนจดทะเบียนออกเป็น 2 ครั้ง  โดยภายหลังจากการเพิ่มทุนจดทะเบียน ทั้ง 2 ครั้ง เสร็จสมบูรณ์แล้ว บริษัทฯ จะเป็นผู้ถือหุ้นใน   วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ร้อยละ 25.50 ของทุนจดทะเบียน กลุ่มนายถกลเกียรติ จะเป็นผู้ถือหุ้นใน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์  ร้อยละ 24.50 ของทุนจดทะเบียน และประนันท์ภรณ์ จะเป็นผู้ถือหุ้นใน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน
- บริษัท ฯ เข้าทำสัญญาโดยตรงกับ UNION DES ASSOCIATIONS EUROPEENNES DE FOOTBALL (“EUFA”) เพื่อให้บริษัทฯ เป็นผู้ได้รับสิทธิในการถ่ายทอดและเผยแพร่ภาพและเสียงของการแข่งขันฟุตบอลรอบคัดเลือกโซนยุโรปของรายการ 2018 FIFA World Cup และบริษัทฯ เข้าทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (รวมเรียกว่า “BEC”) เพื่อให้สิทธิ BEC เป็นผู้ถ่ายทอดและเผยแพร่ภาพและเสียงของการแข่งขันฟุตบอลรอบคัดเลือกโซนยุโรปของรายการ 2018 FIFA World Cup ผ่านทางช่องรายการของ BEC
ธันวาคม
- หัวหน้า คสช. มีคำสั่งฉบับที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี ด้วยการขยายเวลาชำระค่าใบอนุญาตงวดที่เหลืออีก 3 งวดออกไปเป็น 6 งวด โดยคิดดอกเบี้ยตามอัตรา MLR ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายการส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ให้บริการทั่วไปผ่านดาวเทียม เป็นเวลา 3 ปี รวมถึงบริการโทรทัศน์สาธารณะที่นำรายการไปออกอากาศทางดาวเทียมเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยให้ใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) สนับสนุน
- นอกจากนี้ยังให้ขยายระยะเวลาการถือครองคลื่นวิทยุของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ 537 คลื่น ออกไปอีก 5 ปี จากเดิมที่มีกำหนดจะต้องส่งคืนให้ กสทช. ภายในเดือน เมษายน 2560




การเติบโตของเงินทุน

ปี เหตุการณ์
2526
ทุนจดทะเบียน 0.5 ล้านบาท
2527
ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
2533
ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท
2535
ทุนจดทะเบียน 70 ล้านบาท
2537
ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท
2545
ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท
2548
ทุนจดทะเบียน 490 ล้านบาท*
2552
ทุนจดทะเบียน 530.56 ล้านบาท
2556
ทุนจดทะเบียน 636.32 ล้านบาท
2557
ทุนจดทะเบียน 819.94 ล้านบาท
2558
ทุนจดทะเบียน 819.94 ล้านบาท

หมายเหตุ : *ลดทุนจดทะเบียน จำนวน 10 ล้านบาท จากผลการตัดจำหน่ายหุ้นซื้อคืน