Investor Relations

ธุรกิจของบริษัท

ธุรกิจของบริษัท

กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาการทำงานอย่างสร้างสรรค์ หลากหลายในทุกมิติ และมีคุณภาพในระดับสากล รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบความสุขแบบไร้ขีดจำกัดให้แก่ผู้บริโภคในวงกว้าง สอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ มีนโยบายแบ่งการดำเนินงานตามประเภทและลักษณะของธุรกิจ โดยจำแนกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจใหญ่ คือ

  1. กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย
    • ธุรกิจเพลง ได้แก่ ธุรกิจสินค้าเพลงและช่องทางการจัดจำหน่าย ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ ธุรกิจบริหารและจัดเก็บลิขสิทธิ์ ธุรกิจโชว์บิซ และธุรกิจบริหารศิลปิน
    • ธุรกิจดิจิทัลทีวีจำนวน 2 ช่องได้แก่ ช่อง ‘GMM 25’ ซึ่งเป็นช่องรายการทั่วไปความคมชัดปกติ (Standard Definition) และช่อง ‘One31’ ซึ่งเป็นช่องรายการทั่วไปความคมชัดสูง (High Definition)
  2. กลุ่มธุรกิจอื่น ซึ่งเป็นธุรกิจที่สนับสนุนและต่อยอดจากกลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ประกอบด้วย
    • ธุรกิจวิทยุ
    • ธุรกิจภาพยนตร์
    • ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง
    • ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

ทั้งนี้รายละเอียดตามรายธุรกิจเป็นดังนี้

1. กลุ่มธุรกิจหลัก

1.1 ธุรกิจเพลง

ดำเนินการภายใต้โมเดล “การให้บริการเพลงแบบครบวงจร” (Total Music Business) ตั้งแต่การคัดเลือกศิลปิน การผลิตงานเพลง การทำการตลาด การบริหารคอนเทนต์เพลง และการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งทาง Physical และ Digital โดยมุ่งเน้นที่จะผลิตแนวเพลงที่หลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีศิลปิน นักร้อง และนักแสดง มากกว่า 300 คน และมีเพลงที่เก็บรวบรวมไว้กว่า 40,000 เพลง ทั้งนี้ธุรกิจเพลงสามารถจำแนกออกเป็น 5 ธุรกิจย่อยได้แก่

  • ธุรกิจสินค้าเพลง (Physical Products) และช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution)

    ในปี 2559 กลุ่มธุรกิจสินค้าเพลงได้ผลิตผลงานทั้งเพลงสตริง และเพลงลูกทุ่ง จำนวนกว่า 334 ซิงเกิ้ล และผลิตอัลบั้มมากถึง 466 อัลบั้ม ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายของผู้บริโภคทุกประเภท รวมถึงมีการทำอัลบั้มรวมเพลงที่ได้รับความนิยมในแต่ละช่วงเวลาต่างๆ ของปี ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเพลงนั้น บริษัทฯ ดำเนินการจัดจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง โดยจะเน้นการกระจายสินค้าให้แก่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่รายใหญ่ (Modern Trade) ร้านค้าส่ง และผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ทั่วประเทศ พร้อมจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่ซึ่งกระจายอยู่ในงานแสดงสินค้า และแหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และคอลเซ็นเตอร์อีกด้วย
  • ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content)

    เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กลุ่มธุรกิจเพลง มีการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทฯ มากขึ้น โดยการนำคอนเทนต์เพลงมาแปลงเป็นรูปแบบดิจิทัลเพื่อกระจายไปสู่เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ต และผู้ประกอบการภายนอก โดยให้บริการดาวน์โหลดประเภทต่างๆ เช่น เสียงเรียกเข้า (Ringtone) เสียงรอสาย (Ringback Tone) เพลงเต็ม (Full Song) และมิวสิควีดีโอ (Full MV) ทั้งแบบรายเพลง (A la carte) และแบบเหมาจ่ายรายเดือน (Subscription Service) ผ่านช่องทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ *123 แกรมมี่ได้หมดเลย แอพพลิเคชั่น 123GMM ทั้งบนระบบ iOS และ Android เว็บไซต์ www.gmember.com และ iTunes Store นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เปิดบริการให้ฟังเพลงผ่านระบบอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด (Music Streaming) ผ่านแอพพลิเคชั่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ลูกค้าสามารถรับฟังเพลงยอดนิยมได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกฟังเพลงออนไลน์แบบออนดีมานด์ (On-demand) หรือฟังเพลงจากเพลย์ลิสต์ (Playlists) หรือดาวน์โหลดเพลงมาเก็บไว้ในอุปกรณ์สื่อสารเพื่อฟังแบบออฟไลน์ได้ สำหรับการขยายช่องทางการเข้าถึงคอนเทนต์ของกลุ่มบริษัทฯ ผ่าน GMM Grammy Official Account ทาง YouTube พบว่ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งจำนวนสมาชิก จำนวนช่อง และรายได้อย่างต่อเนื่อง
  • ธุรกิจบริหารและจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (Copyright Management)

    ในส่วนของการบริหารและจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ บริษัทฯ ดำเนินการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ประกอบการภัตตาคาร ร้านอาหาร สื่อวิทยุ ร้านคาราโอเกะ ตู้คาราโอเกะ และผู้ประกอบการอื่นๆ ที่นำผลงานเพลงของบริษัทฯ ไปใช้ในเชิงการค้า

  • ธุรกิจโชว์บิซ (Showbiz Business)

    ในปี 2559 กลุ่มบริษัทฯ ได้จัดคอนเสิร์ตจำนวน 17 งาน โดยมีคอนเสิร์ตใหญ่มากมาย อาทิ รวมวงธงไชย กรีนคอนเสิร์ต-ร้อยเพลงรักที่กลับมา  30 ปีอัสนี-วสันต์  บี้ สุกฤษฏิ์ LOVE 10 ปีไม่มีหยุด คอนเสิร์ตล้านตลับ แพ็กโฟร์ (Pack4) ไวท์เฮาส์คอนเสิร์ต (White Haus Concert) และเทศกาลดนตรี (Music Festival) ได้แก่ นั่งเล่นเฟสติวัล ขณะที่งานจัดแสดงในไตรมาสสุดท้ายได้ถูกยกเลิกเพื่อเป็นการถวายความไว้อาลัยต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัย โดยรายได้หลักของธุรกิจโชว์บิซมาจากการจำหน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตและรายได้จากการสนับสนุนของสปอนเซอร์ นอกจากนี้ ยังมีรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสินค้าสื่อบันทึกการแสดงสดของคอนเสิร์ตอีกด้วย
  • ธุรกิจบริหารศิลปิน (Artist Management Business)

    บริษัทฯ มีนโยบายการฝึกทักษะ และพัฒนาตัวศิลปินเพื่อเพิ่มความสามารถทางด้านการร้อง  การแสดง การเต้นรำ สำหรับศิลปินทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรี และที่ไม่เกี่ยวกับดนตรี  รวมทั้งการจัดหางานและเพิ่มช่องทางการจัดหารายได้ให้แก่ศิลปิน ทั้งในรูปแบบงานจ้าง คอนเสิร์ต ผับ บาร์ และในรูปแบบการเป็นผู้นำเสนอสินค้าต่างๆ ภายใต้การวางโมเดล Idol Business เพื่อเป็นการต่อยอดรายได้อย่างครบวงจร

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการฟังเพลงของผู้บริโภค เป็นความท้าทายอย่างยิ่งของผู้ประกอบการธุรกิจเพลง ความรวดเร็วในการปรับตัว เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคในทุกรูปแบบ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเพลงประสบความสำเร็จ กลุ่มบริษัทฯ ได้เล็งเห็นการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในช่องทางดิจิทัลมิวสิค จึงรุกตลาดมุ่งเน้นหาคู่ค้าเข้ามาเสริมความแข็งแรง พร้อมพัฒนาการให้บริการที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการให้บริการช่องทางการฟังเพลงผ่านระบบดิจิทัลหรืออินเทอร์เน็ต ที่ผ่านมามีการร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้บริการเพลงโดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด หรือ Music Streaming ผ่านแอพพลิเคชั่นที่ลูกค้าสามารถรับฟังเพลงยอดนิยมได้ทั้งในและต่างประเทศ  พบว่ามีกระแสตอบรับที่ดี ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ จับมือพาร์ทเนอร์รายใหญ่ เพื่อให้บริการออนไลน์สตรีมมิ่งบนมิวสิคแอพพลิเคชั่น อาทิ JooX, Line Music, Apple music คาดว่าความนิยมฟังเพลงออนไลน์ และการฟังผ่านโมบายแพลตฟอร์ม จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วขึ้น ช่วยกระตุ้นให้ตลาดมิวสิคสรีมมิ่งขยายตัวได้อีก ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดรายได้โฆษณาและสปอร์นเซอร์ได้  พร้อมวางแผนเพิ่มคอนเทนต์เพลงสำหรับให้บริการต่อเนื่อง ร่วมกับการจำหน่ายสินค้าเพลงในรูปแบบดิจิทัลผ่านช่องทาง iTunes Store และผู้ให้บริการด้านการติดต่อสื่อสาร (Telecom Operator) ในประเทศต่างๆ รวมถึงการให้บริการบน YouTube ซึ่งบริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้เพิ่มในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้จากค่าโฆษณาและยอดการรับชม

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมี เมืองไทย GMM Live House ที่ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อรองรับสำหรับจัดงานแสดง จัดกิจกรรม และจัดคอนเสิร์ตขนาดกลาง ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนธุรกิจโชว์บิซและต่อยอดเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กลุ่มธุรกิจเพลงในภาพรวมอีกด้วย

1.2 ธุรกิจทีวีดิจิทัล

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับการออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในเชิงพาณิชย์จำนวน 24 ช่อง ระหว่างวันที่ 26 – 27 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยแบ่งประเภทของช่องรายการออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ช่องรายการสำหรับเด็กและครอบครัวจำนวน 3 ช่อง ช่องรายการข่าวจำนวน 7 ช่อง ช่องรายการทั่วไปความคมชัดปกติจำนวน 7 ช่อง และช่องรายการทั่วไปความคมชัดสูงจำนวน 7 ช่อง บริษัทฯ ได้เข้าร่วมและเป็นผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลในเชิงพาณิชย์จำนวน 2 ช่อง ประกอบด้วย

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ภาพรวมของการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทุกประเภทในปี 2559 เทียบกับปี 2558 ปรับตัวลดลงจาก 122,175 ล้านบาท  เป็น 107,896 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 11.69 ของมูลค่ารวม โดยมีสาเหตุมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มต่างจังหวัด สำหรับสื่อที่มีการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาตลอดทั้งปีในสัดส่วนมากที่สุดได้แก่ สื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่าร้อยละ 63.86 สื่อที่มีการเติบโตในลำดับถัดไปได้แก่ สื่อกลางแจ้ง สื่อเคลื่อนที่ สื่ออินสโตร์ และสื่อในโรงภาพยนตร์ ส่วนสื่อที่มีการใช้งบโฆษณาลดลงต่อเนื่อง ได้แก่ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเคเบิลทีวี สื่อนิตยสารและสิ่งพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อก โดยปรับตัวลดลงในอัตราร้อยละ 42.28 31.37 20.12 และ 17.92 ตามลำดับ ขณะที่สื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ลดลงเล็กน้อยในอัตราร้อยละ 7.28 และ 2.57 ตามลำดับ

สัดส่วนค่าใช้จ่ายโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ในปี 2559
มูลค่าค่าใช้จ่ายโฆษณาทุกสื่อในปี 2559  เท่ากับ 107,896 ล้านบาท

ที่มา: บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสริตร์ ( ประเทศไทย )

มูลค่าค่าใช้จ่ายโฆษณาในสื่อต่าง ๆ (ล้านบาท)

ที่มา: บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสริตร์ ( ประเทศไทย )

การก้าวเข้าสู่ปีที่สามของการออกอากาศดิจิทัลทีวี ภาพรวมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มดีขึ้น จากการประชาสัมพันธ์และการแข่งขันของผู้ประกอบการทุกสถานีที่มุ่งสร้างจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมพัฒนาคอนเทนต์คุณภาพที่มีสาระความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ มานำเสนอต่อกลุ่มผู้ชมทั่วประเทศ ทำให้สัดส่วนจำนวนผู้ชม และเม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัลทีวีช่องใหม่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมของอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวีในปี 2560 คาดว่าการแข่งขันจะทวีความเข้มข้น โดยเฉพาะกลุ่มท็อปไฟว์ทั้งช่องฟรีทีวีเดิม และดิจิทัลทีวีช่องใหม่ มีการลงทุนคอนเทนต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภายหลังเม็ดเงินโฆษณาส่งสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่ปลายปีเดือนธันวาคม จากที่ชะลอตัวในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2559 ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อปีหน้ามีแนวโน้มเติบโตดีกว่าปีก่อน ส่งผลให้เจ้าของสินค้าและแบรนด์จะกลับมาใช้งบทำการตลาดและโฆษณามากขึ้น อีกทั้งปี 2560 จะเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่างในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง หรือการมีบริษัทใหม่เข้ามาดูแลการวัดเรตติ้งที่ครอบคลุมทุกช่องทางการรับชม ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวี มีความชัดเจนและคึกคักมากขึ้น
ด้านการสนับสนุนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมดิจิทัลทีวี พบว่าคนไทยสามารถเข้าถึงดิจิทัลทีวีได้มากขึ้น โดยยอดผู้ชมช่องดิจิทัลทีวี มีสัดส่วนร้อยละ 53.2 ในเดือนธันวาคม  2559 ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้ชมช่องฟรีทีวีเดิมแล้ว (อ้างอิงข้อมูลจาก กสทช.) ทางกสทช. มีการเพิ่มการประชาสัมพันธ์ดิจิทัลทีวี รวมทั้งทำกิจกรรมโรดโชว์ ทำให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งเสาอากาศ หรือวิธีการรับชมดิจิทัลทีวีมากยิ่งขึ้น ณ สิ้นปี 2559 กสทช. ได้แจกคูปองไปแล้วทั้งสิ้น 13.57 ล้านคูปอง มีผู้ใช้สิทธิ์แลกกว่า 8.78 ล้านคูปอง คิดเป็น 64.69% ทั้งนี้ในปี 2560 ได้มีการจัดวางระบบการแจกคูปองใหม่ในรูปแบบ E-Coupon เริ่มแจกช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2560 เพิ่มเติมอีก 3.98 ล้านใบ โดยให้สิทธิ์ประชาชนสามารถนำบัตรประชาชนไปเป็นส่วนลดซื้อโทรทัศน์ที่สามารถรับสัญญาณดิจิทัลทีวีได้ในตัว หรือแลกกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวีแทนการใช้คูปอง ซึ่งได้มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับกรมการปกครองไว้แล้ว ด้านการดำเนินงานเรื่องโครงข่ายสามารถขยายพื้นที่ส่งสัญญาณได้ตามเป้าหมาย ปัจจุบันครอบคลุมถึง 91.7% ของครัวเรือนในประเทศ และคาดว่าจะไปถึง 95% ในเดือนพฤศจิกายน 2560 (ที่มา: สำนักงานกสทช.) อีกทั้งแนวโน้มปีนี้ยังมีปัจจัยบวกจากการที่ คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ขยายเวลาจ่ายค่าใบอนุญาตดิจิทัลทีวี การสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามกฎมัสต์แครี่ รวมไปถึงนโยบายต่าง ๆ ที่ภาครัฐออกมากระตุ้นเศรษฐกิจและการผ่อนคลายของสถานการณ์บ้านเมือง

สำหรับบริษัทฯ ได้มีการวางกลยุทธ์ สร้างจุดเด่นและประชาสัมพันธ์ช่องดิจิทัลทีวีให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง ดังต่อไปนี้

  • เน้นคอนเทนต์ที่โดดเด่น น่าสนใจ มีความหลากหลาย เนื่องจากผู้ชมส่วนใหญ่จะเลือกชมรายการจากเนื้อหาของรายการเป็นหลัก ความน่าสนใจของรายการจึงเป็นตัวสร้างอรรถรสให้ผู้ชมและจะทำให้ผู้ชมจดจำช่องนั้นๆ ได้ดี  ซึ่งบริษัทฯ จะทำการสร้างสรรค์และพัฒนาคอนเทนต์ของรายการทั้งละคร ข่าว วาไรตี้ เกมโชว์ ที่ดี มีคุณภาพ มาให้เป็นทางเลือกใหม่แก่ผู้ชม
  • สร้างการรับรู้ของผู้ชมเพื่อให้ช่องดิจิทัลทีวีเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น โดยบริษัทฯ ได้วางแผนการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารหลากหลายช่องทาง เช่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ สื่อออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในสถานที่ต่างๆ และการร่วมสนุกชิงรางวัล รวมถึงการผนึกพันธมิตรจัดแคมเปญ และกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อดึงฐานลูกค้าของพันธมิตรให้มาเป็นฐานผู้ชมของช่องดิจิทัลทีวีอีกด้วย

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะนำช่องดิจิทัลทีวีทั้ง  2 ช่องก้าวขึ้นสู่ระดับผู้นำในอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวีของประเทศไทยที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพต่อไป

 

2. กลุ่มธุรกิจอื่น

2.1 ธุรกิจสื่อวิทยุ

คือ การผลิตรายการวิทยุเพื่อออกอากาศผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียง โดยการเข้าร่วมประมูลเวลาจัดรายการวิทยุในระบบเอฟเอ็มจากสถานีวิทยุต่าง ๆ เพื่อนำมาประกอบธุรกิจในเชิงพาณิชย์  โดยในปี 2559  กลุ่มบริษัทฯ มีรายการวิทยุทั้งสิ้น 3 สถานี  ซึ่งแต่ละสถานีมีลักษณะเฉพาะและจุดเด่นที่ต่างกันไป เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง มีรายละเอียดดังนี้

ปัจจุบันมีสถานีวิทยุทั่วประเทศทั้งหมด 506 สถานี แบ่งเป็นสถานีที่จัดรายการวิทยุภาค FM 313 สถานี และภาค AM 193 สถานี โดยกระจายเสียงในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 76 สถานี (แหล่งข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) โดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ทั้งหมด และสำนักงาน กสทช. เป็นผู้จัดสรรและดูแล เพื่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ ดังนั้นผู้ประกอบการสถานีวิทยุภาคเอกชนต้องร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการทำสัญญาสัมปทาน การร่วมผลิต การแบ่งเวลาให้เช่า ฯลฯ โดยจะพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนที่จ่ายให้กับเจ้าของคลื่นความถี่ รูปแบบของรายการที่จะนำเสนอ และฐานะทางการเงินของผู้ประกอบการ ล่าสุดในเดือนธันวาคม 2559 คำสั่ง คสช. มาตรา 44 กำหนดให้ กสทช. เรียกคืนคลื่นวิทยุจากหน่วยงานรัฐที่ถือครองปัจจุบันภายใน 5 ปี จากเดิม กสทช. มีมติเรียกคืนคลื่นวิทยุในเดือนเมษายน 2560 ซึ่งมาตรการขยายเวลาให้หน่วยงานเจ้าของคลื่นวิทยุถือครองคลื่นต่อไปอีก 5 ปี ถือว่าช่วยส่งเสริมการดำเนินงานวิทยุกระจายเสียง และช่วยให้ผู้ประกอบการวิทยุมีระยะเวลาเตรียมตัวมากขึ้น คาดว่าอนาคต กสทช. จะเตรียมแผนงานการบริหารจัดการคลื่นความถี่วิทยุ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและผู้ฟัง

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ในปี 2559 งบโฆษณาของสื่อวิทยุปรับตัวลดลงจากปี 2558 โดยมีมูลค่าเท่ากับ 5,262 ล้านบาท ลดลง 413 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.28 จากปี 2558 และมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 4.88 ของงบโฆษณาทั้งหมด

มูลค่าค่าใช้จ่ายโฆษณาในสื่อวิทยุ (ล้านบาท)

ที่มา: บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสริตร์ ( ประเทศไทย )

สื่อวิทยุในปัจจุบันยังถือว่าเป็นสื่อหลักที่มีอิทธิพลสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้างตลอดทุกช่วงเวลาในราคาที่คุ้มค่า อีกทั้งเป็นสื่อที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้งบโฆษณาของสื่อวิทยุในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะค่อนข้างทรงตัว แต่ธุรกิจนี้ก็ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 สื่อวิทยุมีการหดตัวลงตามกระแสภาวะซบเซาของสื่อดั้งเดิมทุกประเภท มีคลื่นวิทยุบางสถานีปิดตัวลง ขณะที่ สถานีวิทยุแต่ละแห่งก็มีการปรับตัวเพื่อดึงความสนใจของผู้ฟังและรักษาฐานผู้ฟังให้ได้มากที่สุด ดังนั้นการแข่งขันในธุรกิจวิทยุในปัจจุบันจึงถือว่าค่อนข้างรุนแรง ท่ามกลางภาวะเม็ดเงินโฆษณาชะลอตัวจากสภาพเศรษฐกิจซบเซา ร่วมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังและเพิ่มความนิยมของสถานี อาทิ การขยายช่องทางการรับฟังผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การรับฟังออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์ การรับฟังผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน หรือช่องทาง Social Media    การพัฒนาทางด้านรูปแบบและเนื้อหารายการให้มีความแปลกใหม่ โดดเด่น และมีคุณภาพอยู่เสมอ การทำแผนการตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่นการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การพบปะศิลปิน หรือผู้จัดรายการ การจัดคอนเสิร์ตขนาดเล็ก  เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าและกลุ่มผู้ฟังให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้การพัฒนาบุคลากรและนักจัดรายการวิทยุให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์เสมอ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

2.2 ธุรกิจภาพยนตร์

ธุรกิจภาพยนตร์ของบริษัทฯ ในปี 2559 ดำเนินการภายใต้บริษัทในเครือได้แก่ บริษัท จีดีเอช  ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH 559) โดยมีภาพยนตร์ที่ออกฉาย จำนวน 2 เรื่องได้แก่ “แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว” และ “พรจากฟ้า” ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายผลิตภาพยนตร์ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยประมาณ 3 – 4 เรื่องต่อปี โดยผลิตภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาหลากหลายแตกต่างกันไปแต่ยังคงไว้ซึ่งแบบฉบับของตัวเอง และมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคอนเทนต์บันเทิงที่ดีที่สุดในระดับประเทศ ซึ่งบริษัทฯ มีความพร้อมทั้งในด้านการผลิตและศักยภาพของบุคลากร ทีมงานที่มีความชำนาญ  เพื่อนำเสนอภาพยนตร์ที่มีความแปลกใหม่และสร้างความสุขให้กับคนดูภาพยนตร์ไทย

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ในช่วงปี 2559 วงการภาพยนตร์ไทยค่อนข้างซบเซาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการเติบโตของสื่อออนไลน์ อีกทั้งต้องเผชิญกับคู่แข่งหลักหนังต่างประเทศที่มีโปรดักชั่นใหญ่ ขณะนี้โจทย์สำคัญของผู้ผลิตหนัง คือ การดูเทรนด์ของกลุ่มคนดูเป็นหลัก พร้อมกับดูกระแสสังคม เพราะปัจจุบันคนเสพสื่อทางยูทูบ ทางเฟซบุ้ค ทางสื่ออินเตอร์เน็ตต่าง ๆ ที่มีการแชร์คลิปใหม่ ๆ แปลก ๆ ท้าทายออกมามากมาย สำหรับรอบปีที่ผ่านมา รายได้ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (เฉพาะ Box Office) ในปี 2559 มีมูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยเป็นรายได้ในส่วนของภาพยนตร์ต่างประเทศเกินกว่าร้อยละ 85 ทั้งนี้ภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี 2559 มีจำนวนลดลงจากปี 2558 โดยมีจำนวน 42 เรื่อง ซึ่งภาพยนตร์ไทยทำรายได้รวมไม่ดีนัก พบว่าค่ายหนังเล็ก ๆ ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ต่างค่อย ๆ ปิดตัวไปอย่างเงียบ ๆ เพราะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ยังมีหลายค่ายที่ผุดขึ้นมา ขณะที่บางค่ายต้องร่วมทุนกับค่ายหนังต่างประเทศ ด้วยต้นทุนในการผลิตหนังที่สูงขึ้น แต่กลับสวนทางกับรายได้หนังไทยที่น้อยลงในทุกปี  ทั้งนี้ ธุรกิจภาพยนตร์เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก โดยต้นทุนของภาพยนตร์ 1 เรื่องทั้งต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์รวมกันจะเท่ากับประมาณ 50 – 70 ล้านบาท ประกอบกับระยะเวลาในการผลิตภาพยนตร์ค่อนข้างนาน โดยการผลิตตั้งแต่การเขียนบทจนถึงระยะเวลาที่ภาพยนตร์เข้าฉายภาพยนตร์นั้นจะใช้เวลาประมาณ 8 – 18 เดือน แต่ความสำเร็จของภาพยนตร์มากหรือน้อยนั้นจะขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมของผู้ชมซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ประกอบกับความนิยมภาพยนตร์ต่างประเทศในระดับที่ค่อนข้างสูงจากความเชื่อว่าบทภาพยนตร์และเทคโนโลยีในการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศดีกว่าภาพยนตร์ไทย

สำหรับทิศทางในปี 2560 คาดว่าจะมีคอนเทนต์เข้าฉายในโรงภาพยนตร์มากขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นหนังที่เลื่อนฉายจากปลายปี 2559 ขณะที่ผู้สร้างภาพยนตร์แต่ละค่ายมองบรรยากาศของตลาดรวมว่าสดใสกว่าปีก่อน พร้อมขนพาเหรดหนังใหม่ออกมาเตรียมฉายกันต่อเนื่องตลอดทั้งปีอย่างไรก็ดี การจะทำให้ภาพยนตร์ไทยประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายนอกและภายในหลายประการ อาทิเช่น

  • เนื้อหาและบทภาพยนตร์ ต้องมีความแปลกใหม่ โดดเด่น ต้องมีการค้นคว้าในเรื่องที่เขียนเป็นอย่างดี โดยผู้เขียนบทภาพยนตร์ต้องใช้ทักษะในการเขียนทั้งภาษาหนัง ภาษาพูด เพื่อให้สื่อความกับกลุ่มคนดูเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
  • สร้างการรับรู้ (Branding) ค่ายหนังหรือสตุดิโอควรต้องสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ชมภาพยนตร์ว่าภาพยนตร์ของค่ายนี้ไม่ว่าเรื่องใด จะเป็นภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จเสมอ
  • วิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแท้จริง เพื่อการกำหนดแนวของภาพยนตร์ เตรียมบทภาพยนตร์ ดารานักแสดงและแผนประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ได้

โดยบริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด จะพิจารณาใช้กลยุทธ์ในการดำเนินงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้ผลงานของบริษัทเป็นที่ประทับใจผู้ชมและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

2.3 ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง

ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง (Home Shopping) เป็นธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางการจัดจำหน่าย แบบตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องรายการที่ใช้ชื่อว่า ‘โอ ช้อปปิ้ง (O Shopping)’ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้แม้อยู่ภายในบ้านของตนเอง บริหารงานโดย บริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการโฮม ช้อปปิ้งชั้นนำในประเทศเกาหลีใต้และยังได้ขยายธุรกิจไปในหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ด้วยเล็งเห็นโอกาสทางการตลาด และด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงของ บริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด จากประเทศเกาหลีใต้  คาดว่าการร่วมทุนนี้จะทำให้ โอ ช้อปปิ้งสามารถขึ้นเป็นผู้นำช่องโฮมช็อบปิ้งอันดับหนึ่งของเมืองไทย ด้วยการสร้างปรากฏการณ์การนำเสนอรายการช่องโฮม ช้อปปิ้งในรูปแบบที่แตกต่างจากช่องอื่น โดยเน้นที่ความสด  ใหม่  ไม่เหมือนใคร ให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แบบตรงไปตรงมาทุกแง่มุม เรียกได้ว่าเป็นช่อง Shopfotainment (“Shopping” “Information” “Entertainment”) ที่จะสร้างทั้งความบันเทิงในครอบครัว รวมทั้งเป็นทางเลือกใหม่ในการช้อปปิ้งอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังมีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีทั้งคุณภาพที่ได้มาตรฐานและเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภค อีกทั้งยังเน้นบริการการจัดส่งที่สะดวกและรวดเร็วครบทุกความต้องการทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลายตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น การชำระเงินผ่านทางเครดิตคาร์ด หรือการชำระเงินสดเมื่อได้รับสินค้า

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ภาพรวมตลาดโฮมช็อปปิ้งไทยปี 2559 มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยยอดขายผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากปัจจัยในประเทศ ส่งผลให้กำลังซื้อชะลอตัวลง รวมถึงการโฆษณาหยุดชะงักไป 30 วัน อย่างไรก็ดี ธุรกิจโฮมช็อปปิ้งยังมีศักยภาพในการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี ตลาดของธุรกิจนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละแสนล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้น ขนาดตลาดจึงอยู่ที่หลักหมื่นล้านบาท แต่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในแง่การทำตลาด แต่ละค่ายก็ทุ่มงบการตลาด ส่งผลให้แต่ละปีตลาดรวมเติบโตเฉลี่ยปีละ 20%
ในปี 2560 เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจโฮมช็อปปิ้งของกลุ่มบริษัทฯ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้การแข่งขันจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมถึงขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่คาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาบริษัทฯ ให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมรับมือกับการแข่งขัน เพื่อให้ธุรกิจนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ดังนี้

  • สร้างสรรค์เนื้อหารายการโทรทัศน์ให้เป็นที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคให้สั่งซื้อสินค้า
  • การสร้างความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพของสินค้า การให้บริการที่ตรงตามโฆษณา การรับประกันคุณภาพสินค้า ระบบการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพและระบบการชำระเงินที่มีความปลอดภัย
  • การเพิ่มสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้นและเน้นสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตเช่น สินค้าแฟชั่น สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าอี-คอมเมิร์ซ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม รวมทั้งเพิ่มจำนวนสินค้าให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มเป็นกว่า 1,000 รายการจากที่มีประมาณ 600 รายการในปัจจุบัน
  • การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายไปสู่ระบบการขายผ่านออนไลน์อินเทอร์เน็ต และแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน รวมถึงโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
  • ปรับการสื่อสารแบรนด์เพื่อสร้างการรับรู้ว่า โอ ช้อปปิ้ง สามารถเป็นผู้ช่วยในบ้านเสมือน “เพื่อนบ้านที่คุณไว้ไจ” พร้อมสร้างความผูกพันกับสังคมไทย ผ่านโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์มากมาย อาทิ “โอฮัก” (O Hug) ทำความดีถวายพ่อหลวง จุดประกายฝันปั้นดาวก้าวสู่ทีมชาติไทย ปั่นปันฮัก สานพลังประชารัฐ

2.4 ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

การดำเนินธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของบริษัทฯ ในปัจจุบัน แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ

  1. ธุรกิจแพลตฟอร์มโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "GMM Z"เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2555 เป็นการจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม โดย GMM Z มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ
    • กล่อง GMM Z HD Slim เป็นกล่องรุ่นใหม่ที่สามารถรับชมช่องแบบความคมชัดสูงระดับ Full HD 1080P พร้อมฟังก์ชั่นครบครัน มีระบบทันสมัยและรีโมทอัจฉริยะ จัดกลุ่มช่องรายการทำให้หาช่องง่าย
    • กล่อง GMM Z HD Lite ซึ่งเป็นกล่องรุ่นใหม่ที่สามารถรับชมช่องแบบความคมชัดสูง และรองรับทีวีดิจิทัลได้ด้วย สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับชมภาพแบบความคมชัดสูงในราคาย่อมเยาว์กว่า
    • กล่อง GMM Z Smart สำหรับกลุ่มลูกค้าระดับกลางสามารถใช้ได้ทั้งดาวเทียมระบบ C-Band และ KU-Band
    • กล่อง GMM Z Mini สำหรับรองรับลูกค้าที่มีงบประมาณจำกัดและต้องการเปลี่ยนวิธีการรับชมโทรทัศน์จากเสาก้างปลามาเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม
    • กล่อง GMM Z Mini Gold เป็นกล่องรุ่นใหม่ เปลี่ยนโฉมหน้าเป็นหน้าปัดสีทอง พร้อมรีโมทเล็ก กะทัดรัด กระชับมือ
    • กล่อง GMM Z ZEASON เป็นกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวี ความคมชัดระดับ Full HD ดูภาพ ดูหนัง ฟังเพลงด้วย USB Port มีปุ่มกดหน้าเครื่อง รองรับระบบ PVR อัดรายการโปรดล่วงหน้า Biss Key ไร้ปัญหาจอดำ มีระบบ Timeshift หยุดเล่นภาพได้ดังใจ
    • กล่อง GMM Z STREAM เป็นกล่องรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตทีวี ด้วยระบบปฏิบัติการ Android 5.1 ชัดที่สุดในระดับ Ultra HD 4K พร้อม Air Mouse Remote
    • กล่อง GMM Z HD WISE เป็นกล่องรุ่นใหม่ คมชัดระดับ Full HD มีระบบ PVR, Time Shift พร้อมฟังก์ชั่นรองรับการเล่นมีเดียครบครัน
    • กล่อง GMM Z Music Box เป็นเครื่องเล่นเพลงพกพารุ่นใหม่ รวมบทเพลงดังจากสุดยอดศิลปินแกรมมี่ ทั้งลูกทุ่งและลูกกรุง ลิขสิทธ์แท้กว่า 3,200 เพลง มาไว้ในเครื่องเดียว
  2. ธุรกิจสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อออกกาศทางช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยในการผลิตแต่ละช่องมีต้นทุนไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากรัศมีของสัญญาณดาวเทียมสามารถส่งสัญญาณออกอากาศได้ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศ โดยผู้ลงทุนไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งเสาส่งสัญญาณ เพียงพัฒนาเนื้อหาหรือรายการที่ออกอากาศ และขอใบอนุญาตส่งสัญญาณโทรทัศน์ ก็สามารถให้บริการได้
  3. ณ สิ้นปี 2559 กลุ่มบริษัทฯ ได้ผลิตรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่สามารถรับชมได้ทุกแพลตฟอร์ม ฟรีทูแอร์เพื่อออกอากาศผ่านดาวเทียมไทยคม รวม 2 ช่อง ดังต่อไปนี้


    *ร่วมถือหุ้นกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในสัดส่วนร้อยละ 50 ผ่านบริษัทแฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเคเบิลทีวีเป็นสื่อโทรทัศน์ที่มีฐานผู้ชมมากที่สุดในประเทศ โดยในปี 2559 มีสัดส่วนถึงร้อยละ 61 ของครัวเรือนทั่วประเทศที่มีจำนวนประมาณ 23 ล้านครัวเรือน (ข้อมูลจาก บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด) ดังนั้นทั้งเจ้าของสินค้าและเอเจนซี่โฆษณาจึงให้ความสนใจใช้สื่อโฆษณาผ่านช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ธุรกิจทีวีดาวเทียมได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง นับจากดิจิทัลทีวีเริ่มออกอากาศ จากการแข่งขันเพิ่มขึ้น กฎการจำกัดเวลาโฆษณาหกนาทีต่อชั่วโมงของ กสทช. รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจและโฆษณาชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมก็ได้ทยอยขอเลิกกิจการ ทำให้ปัจจุบันมีผู้รับใบอนุญาตทีวีดาวเทียมเหลือเพียง 400 ราย จากเดิมมากกว่า 700 ราย แต่ละช่องล้วนต้องปรับตัวท่ามกลางอัตราค่าโฆษณาที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้วก็ถูกกดดันมากขึ้น ขณะที่การช่วงชิงเรตติ้งและงบโฆษณาในธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเคเบิลทีวีทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ สำหรับกลุ่มบริษัทฯ ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ถือได้ว่ามีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ธุรกิจอื่น ๆ ของกลุ่มบริษัทฯ เช่น ธุรกิจเพลง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ