ธุรกิจของบริษัท

ธุรกิจของบริษัท

การประกอบธุรกิจของบริษัทฯ สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มธุรกิจ คือ 1) ธุรกิจหลัก 2) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และ 3) ธุรกิจจากการร่วมค้า ทั้งนี้ สามารถแยกตามลักษณะของธุรกิจที่ดำเนินกิจการได้ดังนี้

1. กลุ่มธุรกิจหลัก

ดำเนินการภายใต้โมเดล “การให้บริการเพลงแบบครบวงจร” (Total Music Business) ตั้งแต่การคัดเลือกศิลปิน การผลิตผลงานเพลง การทำการตลาด การบริหารลิขสิทธิ์เพลง การจัดจำหน่ายสินค้าเพลงผ่านช่องทาง Physical และ Digital การจัดคอนเสิร์ต และธุรกิจบริหารศิลปิน

1.1 ธุรกิจเพลง

  • ธุรกิจสินค้าเพลง

    ดำเนินการจัดจำหน่ายสินค้าเพลง อาทิ อัลบั้ม MP3 ในรูปแบบของ DVD USB หรือ Boxset ต่างๆ เป็นต้น โดยทำการกระจายสินค้าผ่านช่องทางร้านค้าแบบ Traditional Trade ร้านค้าแบบ Modern Tradeร้านค้าย่อยหรือ Kiosk รวมถึงการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และคอลเซ็นเตอร์
  • ธุรกิจดิจิทัลมิวสิค

    จากพัฒนาการของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจเพลงจึงได้พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทฯมากขึ้น โดยการนำคอนเทนต์เพลงมาปรับให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อขยายธุรกิจสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น YouTube, iTunes, JOOX, Line TV และ Spotify โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกฟังเพลงออนไลน์แบบออนดีมานด์ ฟังจากเพลย์ลิสต์ หรือดาวน์โหลดเพลงเพื่อเปิดฟังแบบออฟไลน์ได้
  • ธุรกิจการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์

    ดำเนินการบริหารและจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะนำผลงานเพลงของบริษัทฯ ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ อาทิ สื่อวิทยุ ร้านอาหาร ร้านคาราโอเกะ เป็นต้น

1.2 ธุรกิจบริหารศิลปิน

ดำเนินธุรกิจจัดงานแสดงคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี โดยมีรายได้หลักมาจากการจำหน่ายบัตร การสนับสนุนของสปอนเซอร์และการจัดกิจกรรมต่างๆ โดยในปี 2561 ดำเนินการบริหารการจัดหางานให้แก่ศิลปิน ทั้งในรูปแบบงานจ้าง คอนเสิร์ต ผับ บาร์ และงานพรีเซนเตอร์สินค้า เพื่อสร้างสรรค์ศิลปินให้เป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีนโยบายฝึกทักษะและพัฒนาศิลปินเพื่อเพิ่มความสามารถทางด้านการร้องเพลง และการแสดง เพื่อยกระดับไปสู่ความเป็นศิลปินมืออาชีพอย่างแท้จริง

1.3 ธุรกิจโชว์บิซ

ดำเนินธุรกิจจัดงานแสดงคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี โดยมีรายได้หลักมาจากการจำหน่ายบัตร การสนับสนุนของสปอนเซอร์ และการจัดกิจกรรมต่างๆ โดยในปี 2562 ที่ผ่านมากลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการจัดคอนเสิร์ตมากมาย ตัวอย่างเช่น Bodyslam Fest วิชาตัวเบา, 2019 THE RETURN OF BBB #11 DREAM JOURNEY RESTAGE และ Peck Palitchoke Concert #2: Love in Space นอกจากนี้ยังมีการจัดเทศกาลดนตรี ได้แก่ นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล, What The Fest Music Festival และ Big Mountain Music Festival ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังมีเทศกาลดนตรีใหม่เพื่อเข้าถึงฐานผู้ชมที่กว้างขึ้น ได้แก่ Water War Music Fest และเชียงใหญ่เฟส

1.4 ธุรกิจอื่นๆ

บริษัทฯ ทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าของศิลปิน ธุรกิจผลิตคอนเทนต์ศิลปินเพื่อช่องทางออนไลน์ ธุรกิจให้เช่าคอนเสิร์ตฮอลล์ GMM Live House พื้นที่จัดงานแสดง จัดกิจกรรม และจัดคอนเสิร์ตขนาดกลาง ภายใต้ชื่อ เมืองไทย GMM Live House ณ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และธุรกิจสถาบันสอนร้องเพลงและดนตรี GR Vocal ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนธุรกิจโชว์บิซและธุรกิจบริหารศิลปิน เพื่อต่อยอดและสร้างรายได้เพิ่มให้กลุ่มธุรกิจเพลง

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ในฐานะผู้นำธุรกิจเพลง บริษัทฯมุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคใหม่ภายใต้อิทธิพลของสื่อดิจิทัล ซึ่งเปิดโอกาสให้ศิลปินเข้าถึงผู้ฟังทั่วโลกได้อย่างกลมกลืน และสามารถประเมินความสำเร็จของเพลงด้วยดัชนีชี้วัดความนิยมได้อย่างชัดเจน ในปี 2562 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญและมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจดิจิทัล โดยการปรับโมเดลธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของดิจิทัลแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น โซเชียลมีเดีย วีดีโอสตีมมิ่งแพลตฟอร์ม และมิวสิคแอพพลิเคชัน ผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างๆ อาทิเช่น YouTube, Line TV, JOOX และ iTunes เป็นต้น นอกจากนี้ การพัฒนาคอนเทนต์ที่แข็งแรงและมีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ความชอบหรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมายนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้ที่เป็นคอนเทนต์โพรวายเดอร์อย่างแท้จริง ในขณะที่กระแสความนิยมศิลปินต่างประเทศทำให้ผู้จัดคอนเสิร์ต หรือมิลสิคเฟสติวัลเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจโชว์บิซและบริหารศิลปินของบริษัทฯ ยังคงเติบโตได้ดีและยังคงสร้างปรากฏการณ์ขายบัตรหมดในเวลาอันรวดเร็ว โดยในปี 2563 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ เข้าสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม พัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนเพลงฮิต พร้อมทั้งเดินหน้ากลยุทธ์จัดโชว์บิซเพื่อขยายเซกเมนต์กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่นยืนของธุรกิจเพลงต่อไป

2. กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

2.1 ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง

เป็นธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางการจัดจำหน่าย แบบตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องรายการที่ใช้ชื่อว่า ‘โอ ช้อปปิ้ง (O Shopping)’ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้แม้อยู่ภายในบ้านของตนเอง โดยใช้กลยุทธ์การนำเสนอรายการช่องโฮม ช้อปปิ้งในรูปแบบ ที่แตกต่าง ภายใต้แนวคิด Be better, Everyday life “ยิ่งรู้จักโอ ช้อปปิ้ง ยิ่งทำให้ทุกๆ วันของชีวิตดีขึ้น”

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ในปี 2562 โอ ช้อปปิ้ง ยังคงประสบความสำเร็จในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมจากกลุ่มลูกค้าผู้หญิง ปัจจุบันตลาดโฮมช้อปปิ้งมีมูลค่าสูงกว่า 14,000 ล้านบาท แม้ในปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของตลาดโฮมช้อปปิ้งจะชะลอตัวลงจากจำนวนผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง ยังมีศักยภาพในการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2563 โอ ช้อปปิ้งจะมุ่งหน้าขยายกลุ่มเป้าหมายสู่คนรุ่นใหม่มากขึ้น เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมานิยมซื้อสินค้าทางออนไลน์ และมุ่งเน้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ บริษัทฯ เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจโฮม ช็อปปิ้ง จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากฐานลูกค้าเดิม และการขยายฐานไปสู่ลูกค้าใหม่ให้ทั่วถึงมากขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯ ให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมรับมือกับการแข่งขัน เพื่อให้ธุรกิจนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ดังนี้

  • สร้างสรรค์เนื้อหารายการโทรทัศน์ให้น่าสนใจและมีเอกลักษณ์ ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคให้สั่งซื้อสินค้า
  • การสร้างความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพของสินค้า การให้บริการที่ตรงตามโฆษณา การรับประกันคุณภาพสินค้า ระบบการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพและระบบการชำระเงินที่มีความปลอดภัย
  • การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและเน้นสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตเช่น สินค้าแฟชั่น สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าอีคอมเมิร์ซเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม รวมทั้งเพิ่มจำนวนสินค้าให้มากขึ้น
  • การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายไปสู่ระบบการขายผ่านออนไลน์ และแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน รวมถึงโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

2.2 ธุรกิจภาพยนตร์

ดำเนินการภายใต้ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ โดยมีเป้าหมายผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ในเนื้อหาที่หลากหลายแตกต่างกันไปแต่ยังคงไว้ซึ่งแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งบริษัทฯ มีศักยภาพเด่นชัดด้านบุคลากรทีมงานที่มีความชำนาญ เพื่อนำเสนอภาพยนตร์ที่มีความแปลกใหม่ และสร้างความสุขให้กับผู้ชมภาพยนตร์ไทย โดยปี 2562 มีภาพยนตร์ที่ออกฉายทั้งหมด 3 เรื่องได้แก่ “Friend Zone...ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน” “ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค” และ “ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ”

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ท่ามกลางดิจิทัลดิสรัปชันที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค การเติบโตอย่างรวดเร็วของดิจิทัลแพลตฟอร์ม ส่งผลให้เกิดคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภคมีทางเลือกและสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้นเช่นกัน โดยในปีที่ผ่านมาภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์คงขยายตัว จากการขยายสาขาของโรงภาพยนต์ในต่างจังหวัดที่ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่นิยมบริโภคหนังไทยได้มากขึ้น ประกอบกับการเกิดขึ้นของวีดีโอสตีมมิ่งแพลตฟอร์มมากมายได้เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผู้ชมภาพยนตร์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แนวโน้มอุตสาหกรรมในปี 2563 ค่าสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์คาดว่าจะเติบโตจากปริมาณสาขาของโรงภาพยนตร์ที่มากขึ้นโดยเฉพาะในต่างจังหวัดและในประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ประกอบการต่างมีมุมมองต่อภาพยนตร์ไทยในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งในด้านการผลิต การฉายทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ดี การทำให้ภาพยนตร์ไทยประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายนอกและภายในหลายประการ ทำให้ต้องให้ความสำคัญต่อการพิจารณาเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานให้เป็นที่ประทับใจผู้ชมและสามารถสร้างความนิยมเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • เนื้อหาและบทภาพยนตร์ ต้องมีความแปลกใหม่ โดดเด่น โดยผู้เขียนบทภาพยนตร์ต้องใช้ทักษะในการเขียนทั้งภาษาหนัง ภาษาพูด เพื่อให้สื่อความกับกลุ่มคนดูเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
  • สร้างการรับรู้ (Branding) ค่ายหนังหรือสตูดิโอเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ชมภาพยนตร์ว่าจะได้รับชมภาพยนตร์ที่มีคุณภาพอยู่เสมอ
  • วิเคราะห์ทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อกำหนดแนวของภาพยนตร์ เตรียมบทภาพยนตร์ ดารานักแสดงและแผนประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้

2.3 ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

เป็นธุรกิจที่ดำเนินงานโดยบริษัทย่อยของบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ 2 ประเภท กล่าวคือ

  1. ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม

    ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียมกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน กล่องรับสัญญาณอินเตอร์เนตทีวี สินค้าประเภทเครื่องเล่นเพลงพกพา (Music Box) และเครื่องเล่น MP3 คาราโอเกะ (Karaoke Microphone) เพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักของบริษัทฯ ในปัจจุบันมีสินค้าดังนี้

    • กล่อง GMM Z STREAM เป็นกล่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตทีวี ด้วยระบบปฏิบัติการ Android 7.1 ชัดที่สุดในระดับ Ultra HD 4K
    • กล่อง GMM Z HD WISE PLUS เป็นกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมรุ่นใหม่ คมชัดระดับ Full HD มีระบบ PVR, Time Shift พร้อมฟังก์ชั่นรองรับการเล่นไฟล์ Media Player อย่างครบครัน
    • กล่อง GMM Z HD SMILE กล่องรับสัญญาณทีวีสีดาวเทียมโฉมใหม่ตัวเครื่องสีขาว มีระบบเรียงช่อง OTA เพิ่มช่องรายการให้อัตโนมัติ จัดกลุ่มช่องรายการหาช่องง่าย หน้าจอ LED ออกแบบปุ่มกดหน้าตัวเครื่องใหม่ใช้งานง่ายและสะดวกมากขึ้น
    • กล่อง GMM Z Music Box Chill Out เครื่องเล่นเพลงชนิดพกพารุ่นใหม่ รวมบทเพลงเพราะฟังสบายในทุกบรรยากาศ ให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากสุดยอดศิลปินแกรมมี่ ลิขสิทธ์แท้กว่า 1,000 เพลง มาไว้ในเครื่องเดียว
    • เครื่องเล่น MP3 KARAOKE GMM Z STAR ฟรีเพลงฮิต ลิขสิทธิ์แท้จาก GMM GRAMMY เชื่อมต่อง่ายกับ Application karaoke ใช้ได้กับสมาร์ทโฟน ทั้งระบบ Android และ iOS มาพร้อมพลังเสียงจากลำโพง 2 ทิศทาง สามารถใช้แทนเครื่องเล่น MP3 พกพาสะดวก ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา
  2. ธุรกิจสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

    กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมฟรีทูแอร์ออกอากาศผ่านดาวเทียมไทยคมในช่อง “แฟน มิวสิค”

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ธุรกิจกล่องรับสัญญาณทีวีผ่านดาวเทียมเป็นสื่อโทรทัศน์ที่มีฐานผู้ชมมากที่สุดในประเทศ อีกทั้งยังได้นโยบายในการออกอากาศช่องทีวีดิจิตอลด้วยกฎของกสทช. (Must Carry) ทั้งเจ้าของสินค้าและเอเจนซี่โฆษณาจึงยังคงให้ความสนใจในช่องทางการใช้สื่อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจทีวีดาวเทียมในปี 2562 จนถึงปัจจุบันอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีการสื่อสาร การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทำให้พฤติกรรมการเสพสื่อและคอนเทนต์ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากสื่อดั้งเดิมสู่สื่อดิจิตอลและออนไลน์ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจและโฆษณาชะลอตัว ส่งผลให้ผลประกอบการของทีวีดาวเทียมปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีนี้ ผู้ประกอบการหันไปหารายได้จากช่องทางออนไลน์ หรือจับมือกับพันธมิตรขายคอนเทนต์ให้กับช่องทีวีต่างๆ ขณะที่ทิศทางนับจากนี้ยังคงมีแนวโน้มทรงตัวจากปัจจุบัน

สำหรับกลุ่มบริษัทฯ ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ถือว่ายังคงมีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่มบริษัทฯ เช่น ธุรกิจเพลง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ

3. กลุ่มธุรกิจจากการร่วมค้า

กปัจจุบันบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจดิจิทัลทีวี ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจผ่านการลงทุนในกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด และกลุ่มบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด (ดำเนินธุรกิจดิจิทัลทีวี ธุรกิจวิทยุ และธุรกิจผู้ผลิตคอนเทนต์)

บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด

ธุรกิจดิจิทัลทีวี

บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจประกอบกิจการสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ช่องรายการหมวดหมู่ทั่วไปความคมชัดสูง (HD) ภายใต้ชื่อ “ช่องวัน31” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพที่มีทั้งสาระ และความบันเทิงเพื่อตอบโจทย์ผู้ชมทุกเพศ ทุกวัยเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของประเทศไทย (National Television) ทั้งเรื่องละคร รายการวาไรตี้ รายการประกวดแข่งขัน รายการข่าวและข่าวบันเทิง โดยในปี 2562 ช่องวัน31 มีละครและรายการที่ได้รับความนิยมทั้งในแง่ของกระแสตอบรับและเรตติ้งมากมาย เช่น ละครเรื่อง “ทะเลริษยา” “หัวใจศิลา” “สาวน้อยร้อยล้านวิว” “ลูกกรุง” “ใบไม้ที่ปลิดปลิว” และรายการ “ศึกวันดวลเพลงสงครามแชมป์” “ท็อปเชฟ ไทยแลนด์” “รู้ไหมใครโสด” เป็นต้น

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด

ประกอบธุรกิจดิจิทัลทีวี “ช่องจีเอ็มเอ็ม25” ธุรกิจวิทยุ และธุรกิจผู้ผลิตคอนเทนต์ มีรายละเอียดดังนี้

ธุรกิจดิจิทัลทีวี

“ช่องจีเอ็มเอ็ม25” เป็นช่องรายการดิจิทัลทีวีหมวดหมู่ทั่วไปความคมชัดปกติ (SD) มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ผู้ชมที่เป็นวัยรุ่น (Young Adult) อายุระหว่าง 18-35 ปี จนถึงผู้ชมที่มีใจเป็นหนุ่มสาว (Young at Heart) อายุ 35 ปีขึ้นไป โดยในปี 2562 ช่องจีเอ็มเอ็ม25 มีละครและรายการที่ได้รับความนิยม อาทิ ละครเรื่อง “เมียน้อย” “แรงเทียน” และ รายการ “แฉ” “คลับฟรายเดย์โชว์” “ลูกทุ่งสู้ฟัด” เป็นต้น

ธุรกิจวิทยุ

กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจการผลิตรายการวิทยุเพื่อออกอากาศผ่านคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงในระบบ FM ทางเว็ปไซต์และทางโมบายแอพพลิเคชั่น โดยในปี 2562 มีรายการวิทยุทั้งสิ้น 3 สถานี แต่ละสถานีมีลักษณะเฉพาะ และจุดเด่นที่ต่างกันไป เพื่อให้สามารถเข้าถึงและตอบสนองความต้องการกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังได้ดำเนินธุรกิจการจัดคอนเสิร์ตที่ประสบความสำเร็จมากมายเช่น “4 แยกปากหวาน ตอน 2562 สี่แยกครองเมือง” “Cassette Festival” “The Real Nadech Concert” “The Lyrics Of Love: Greatest Hits of Dee & Boyd” “J ADRENALINE 360 CONCERT” เป็นต้น

สถานีวิทยุ วันและเวลาออกอากาศ / รัศมีครอบคลุม สัมปทาน
EFM “เพลงเพราะ อารมณ์ดี”
ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง / กรุงเทพฯและปริมณฑล (FM 104.5 MHz) และ ออนไลน์ทั่วโลก (www.efm.fm, แอพพลิเคชั่น Atime Online) สถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบก
Green Wave “เพลงดีดีกับความรู้สึกดีดี”
ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง / กรุงเทพฯและปริมณฑล (FM 106.5 MHz) และ ออนไลน์ (www.greenwave.fm, แอพพลิเคชั่น Atime Online ) สำนักงาน กสทช.
Chill Online
ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง / ออนไลน์ (www.chill.fm, แอพพลิเคชั่น Atime Online, แอพพลิเคชั่นChill Online) -

 

ธุรกิจผู้ผลิตคอนเทนต์

ดำเนินธุรกิจเป็นเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ประเภท ละคร ซีรี่ส์ และรายการ เพื่อออกอากาศทางช่องทีวีดิจิทัล และแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจทีวีดิจิทัลของกลุ่มบริษัทฯ โดยในปีที่ผ่านมา ได้สร้างสรรค์ผลงานมากมาย ตัวอย่าง เช่น “สามีสีทอง” รองเท้านารี” “เจ้าหญิงเม็ดทราย” “รักหมดใจ” “แม่มดเจ้าเสน่ห์” และ รายการ “เทยเที่ยวไทย” ”รถโรงเรียน School Rangers” เป็นต้น

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ภาพรวมของการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทุกประเภทในปี 2562 เทียบกับปี 2561 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 105,557 ล้านบาท เป็น 105,673 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.11 เป็นผลมาจากสื่อโรงภาพยนตร์ที่เติบโตขึ้นร้อยละ 19.7 ในขณะที่สื่อที่มีการใช้งบโฆษณาลดลงต่อเนื่อง ได้แก่ สิ่งพิมพ์ และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเคเบิลทีวี

ที่มา: บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด

มูลค่าค่าใช้จ่ายโฆษณาทุกสื่อในปี 2562 เท่ากับ 105,673 ล้านบาท

ที่มา: บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด

ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวีพบว่ายังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม โดยเม็ดเงินโฆษณายังถูกจัดสรรมายังธุรกิจสื่อดิจิทัลทีวี เนื่องจากสื่อทีวี ยังคงเป็นสื่อที่แข็งแกร่งจากอัตราการเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศ ในปี 2562 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลโดยการเปิดโอกาศให้ช่องดิจิทัลทีวีคืนใบอนุญาต ส่งผลให้จำนวนผู้ประกอบดิจิทัลทีวีลดลงเหลือเพียง 15 ช่องจากเดิม 22 ช่อง นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2563 มูลค่ารวมของตลาดโฆษณาจะไม่มีเปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการอาจมีการชะลอการใช้งบโฆษณาสืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่สถานการณ์การแข่งขันของดิจิทัลทีวียังคงรุนแรง แต่ละช่องต่างปล่อยคอนเทนต์แม่เหล็กออกมาเรียกเรตติ้ง ทุกสถานีต้องดึงผู้ชมด้วยคอนเทนต์คุณภาพระดับพรีเมียมที่โดดเด่นและแตกต่างเพื่อดึงผู้ชมพร้อมกันหน้าจอทีวีมากกว่าการชมย้อนหลังหรือในแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งถือเป็นตัวแปรในการสร้างเรตติ้งเพื่อเรียกเม็ดเงินโฆษณาและสร้างการจดจำแบรนด์ของสถานีให้อยู่ในใจของผู้ชม

สำหรับกลุ่มธุรกิจการลงทุน ได้มีการวางกลยุทธ์สร้างจุดเด่นและประชาสัมพันธ์ช่องดิจิทัลทีวีให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง ดังต่อไปนี้

  • เน้นคอนเทนต์ที่โดดเด่น น่าสนใจ มีความหลากหลาย เนื่องจากผู้ชมส่วนใหญ่จะเลือกชมรายการจากเนื้อหาของรายการเป็นหลัก ความน่าสนใจของรายการจึงเป็นตัวสร้างอรรถรสให้ผู้ชมและจะทำให้ผู้ชมจดจำช่องนั้นๆได้ดี ซึ่งบริษัทฯ จะทำการสร้างสรรค์และพัฒนาคอนเทนต์ของรายการทั้งละคร ข่าว วาไรตี้ เกมโชว์ ที่ดี มีคุณภาพ มาให้เป็นทางเลือกใหม่แก่ผู้ชม
  • สร้างการรับรู้ของผู้ชมเพื่อให้ช่องดิจิทัลทีวีเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น โดยบริษัทฯ ได้วางแผนการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารหลากหลายช่องทาง เช่น สื่อออนไลน์ การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในสถานที่ต่างๆ และการร่วมสนุกชิงรางวัล รวมถึงการผนึกพันธมิตรจัดแคมเปญ และกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อดึงฐานลูกค้าของพันธมิตรให้มาเป็นฐานผู้ชมของช่องดิจิทัลทีวีอีกด้วย

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะนำช่องดิจิทัลทีวีทั้ง 2 ช่องก้าวขึ้นสู่ระดับผู้นำในอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวีของประเทศไทยที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพต่อไป