Investor Relations

ธุรกิจของบริษัท

ธุรกิจของบริษัท

กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาการทำงานอย่างสร้างสรรค์ หลากหลายในทุกมิติ และมีคุณภาพในระดับสากล รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบความสุขแบบไร้ขีดจำกัดให้แก่ผู้บริโภคในวงกว้าง สอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ มีนโยบายแบ่งการดำเนินงานตามประเภทและลักษณะของธุรกิจ โดยจำแนกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจใหญ่ คือ

  1. กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย
    • ธุรกิจเพลง ธุรกิจสินค้าเพลงและช่องทางการจัดจำหน่าย ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ ธุรกิจบริหารและจัดเก็บลิขสิทธิ์ ธุรกิจโชว์บิซ และธุรกิจบริหารศิลปิน
    • ธุรกิจดิจิทัลทีวี จำนวน 2 ช่องได้แก่ ช่อง ‘GMM 25’ ซึ่งเป็นช่องรายการทั่วไปความคมชัดปกติ (Standard Definition) และช่อง ‘One31’ ซึ่งเป็นช่องรายการทั่วไปความคมชัดสูง (High Definition)
  2. กลุ่มธุรกิจอื่น ซึ่งเป็นธุรกิจที่สนับสนุนและต่อยอดจากกลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มบริษัทฯ ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ประกอบด้วย
    • ธุรกิจวิทยุ
    • ธุรกิจภาพยนตร์
    • ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง
    • ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

ทั้งนี้รายละเอียดตามรายธุรกิจเป็นดังนี้

1. กลุ่มธุรกิจหลัก

1.1 ธุรกิจเพลง

ดำเนินการภายใต้โมเดล “การให้บริการเพลงแบบครบวงจร” (Total Music Business) ตั้งแต่การคัดเลือกศิลปิน การผลิตงานเพลง การทำการตลาด การบริหารคอนเทนต์เพลง และการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งทาง Physical และ Digital โดยมุ่งเน้นที่จะผลิตแนวเพลงที่หลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีศิลปิน นักร้อง และนักแสดง มากกว่า 300 คน และมีเพลงที่เก็บรวบรวมไว้กว่า 40,000 เพลง ทั้งนี้ธุรกิจเพลงสามารถจำแนกออกเป็น 5 ธุรกิจย่อยได้แก่

  • ธุรกิจสินค้าเพลง (Physical Products) และช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution)

    ในปี 2560 กลุ่มธุรกิจสินค้าเพลงยังคงมุ่งเน้นผลิตผลงานทั้งเพลงสตริง และเพลงลูกทุ่ง ให้กับศิลปินดังทุกคนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายของผู้บริโภคทุกประเภท รวมถึงมีการทำอัลบั้มรวมเพลงที่ได้รับความนิยมในแต่ละช่วงเวลาต่างๆ ของปี โดยบริษัทวางแนวทางการสร้างสรรค์นำเสนอเพลงให้เป็นสากลมากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้ฟังกลุ่มใหม่ ๆ อาทิ เพลงลูกทุ่งก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นที่นิยมในระดับสากลเหมือนเพลงป๊อบ ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเพลงนั้น บริษัทฯ ดำเนินการจัดจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง โดยจะเน้นการกระจายสินค้าให้แก่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่รายใหญ่ (Modern Trade) ร้านค้าส่ง และผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ทั่วประเทศ พร้อมจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่ซึ่งกระจายอยู่ในงานแสดงสินค้า และแหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และคอลเซ็นเตอร์อีกด้วย
  • ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content)

    เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กลุ่มธุรกิจเพลง มีการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัทฯ มากขึ้น โดยการนำคอนเทนต์เพลงมาแปลงเป็นรูปแบบดิจิทัลเพื่อกระจายไปสู่เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ต และผู้ประกอบการภายนอก โดยให้บริการดาวน์โหลดประเภทต่างๆ เช่น เสียงเรียกเข้า (Ringtone) เสียงรอสาย (Ringback Tone) เพลงเต็ม (Full Song) และมิวสิควีดีโอ (Full MV) ทั้งแบบรายเพลง (A la carte) และแบบเหมาจ่ายรายเดือน (Subscription Service) ผ่านช่องทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ *123 แกรมมี่ได้หมดเลย แอพพลิเคชั่น 123GMM ทั้งบนระบบ iOS และ Android เว็บไซต์ www.gmember.com และ iTunes Store นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เปิดบริการให้ฟังเพลงผ่านระบบอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด (Music Streaming) ผ่านแอพพลิเคชั่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ลูกค้าสามารถรับฟังเพลงยอดนิยมได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกฟังเพลงออนไลน์แบบออนดีมานด์ (On-demand) หรือฟังเพลงจากเพลย์ลิสต์ (Playlists) หรือดาวน์โหลดเพลงมาเก็บไว้ในอุปกรณ์สื่อสารเพื่อฟังแบบออฟไลน์ได้ สำหรับการขยายช่องทางการเข้าถึงคอนเทนต์ของกลุ่มบริษัทฯ ผ่าน GMM Grammy Official Account ทาง YouTube พบว่ามีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งจำนวนสมาชิก จำนวนช่อง และรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 ช่อง GMM Grammy Official บน YouTube มียอดผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้านคน บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการขยายคอนเทนต์สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น พร้อมความร่วมมือกับ Spotify LINE JOOX OMU เพื่อช่วยสร้างความแข็งแกร่งในตลาดมิวสิกตรีมมี่ง ปัจจุบันรายได้ของธุรกิจเพลงที่มาจากช่องทางดิจิทัลเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าในอนาคตรายได้จากช่องทางดิจิทัลจะกลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลก
  • ธุรกิจบริหารและจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (Copyright Management)

    ในส่วนของการบริหารและจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ บริษัทฯ ดำเนินการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ประกอบการภัตตาคาร ร้านอาหาร สื่อวิทยุ ร้านคาราโอเกะ ตู้คาราโอเกะ และผู้ประกอบการอื่นๆ ที่นำผลงานเพลงของบริษัทฯ ไปใช้ในเชิงการค้า

  • ธุรกิจโชว์บิซ (Showbiz Business)

    ในปี 2560 กลุ่มบริษัทฯ ได้จัดคอนเสิร์ตจำนวน 20 งาน โดยมีคอนเสิร์ตใหญ่มากมาย อาทิ “LABANOON Concert เปิดกล่อง” "Stage Fighter Round 2" "25 ปี ดวงจันทร์ กลางดวงใจ พุ่มพวง ดวงจันทร์" “Klear Concert : The First Space” “J-DNA” “NJ’s Story Concert: The Original” “Lomosonic Anti-gravity Concert” “WhiteHaus 2 - 4 Chairs” “50 ปี พรีแซยิด ป้าง นครินทร์” พร้อมเทศกาลดนตรี (Music Festival) ได้แก่ “นั่งเล่นเฟสติวัล 2” “Urban Music Fest Live in SIAM” ที่สร้างปรากฏการณ์รวมพลังพันธมิตรทางดนตรี ขนทัพศิลปินชั้นนำของประเทศไทยจากทุกค่ายทุกแนวมาร่วมแสดงบนเวทีใจกลางสยาม เพื่อตอบสนองทุกความชอบทางดนตรี และส่งท้ายปลายปีกับ “BMMF 2017” ที่กลับมาจัดเขาใหญ่อีกครั้งและถือเป็นปีที่ขายบัตรได้สูงที่สุด สำหรับรายได้หลักของธุรกิจโชว์บิซมาจากการจำหน่ายบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตและรายได้จากการสนับสนุนของสปอนเซอร์ นอกจากนี้ ยังมีรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายสินค้าสื่อบันทึกการแสดงสดของคอนเสิร์ตอีกด้วย
  • ธุรกิจบริหารศิลปิน (Artist Management Business)

    บริษัทฯ มีนโยบายการฝึกทักษะ และพัฒนาตัวศิลปินเพื่อเพิ่มความสามารถทางด้านการร้อง การแสดง การเต้นรำ สำหรับศิลปินทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรี และที่ไม่เกี่ยวกับดนตรี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพศิลปินสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ทำให้ผลงานมีกระแสตอบรับที่ดีขึ้น อีกทั้ง บริษัทฯ ดำเนินการจัดหางานและเพิ่มช่องทางการจัดหารายได้ให้แก่ศิลปิน ทั้งในรูปแบบงานจ้าง คอนเสิร์ต ผับ บาร์ และในรูปแบบการเป็นผู้นำเสนอสินค้าต่างๆ ภายใต้การวางโมเดล Idol Business เพื่อเป็นการต่อยอดรายได้อย่างครบวงจร ที่ผ่านมาบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารไอดอลที่มีจุดขายอย่างโดดเด่นส่งผลให้ศิลปินแกรมมี่เป็นที่ชื่นชอบในทุกยุคทุกสมัย ทั้งนี้โมเดลการบริหารศิลปินเพื่อต่อยอดสร้างรายได้ทุกมิติยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก โดยความสำเร็จภายใต้แนวคิดดังกล่าวเกิดจากการสนับสนุนและความมีส่วนร่วมของแฟนคลับซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่ทำให้ศิลปินสามารถครองความนิยมได้อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ในฐานะผู้นำธุรกิจเพลง แกรมมี่มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในภาวะเปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคใหม่ภายใต้อิทธิพลของสื่อดิจิทัล ซึ่งเปิดกว้างโอกาสที่ทำให้ศิลปินเข้าถึงผู้ฟังทั่วโลกได้อย่างกลมกลืน อีกทั้งยังสามารถประเมินความสำเร็จของเพลงด้วยดัชนีชี้วัดความนิยมได้อย่างชัดเจน โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับโมเดลธุรกิจเพลงให้ก้าวทันการแข่งขันในยุคที่เป็นดิจิทัลทั้งระบบ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคต จากแนวโน้มการเติบโตของระบบสตรีมมิ่งเพลง หรือการฟังเพลงผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งเพิ่มทางเลือกที่สะดวกสบายให้ผู้ฟังเลือกเพลงมากมายเหลือคณานับ ทุกยุคทุกสมัยและทุกแนว รวบรวมมาจัดเป็นเพลย์ลิต์ต่าง ๆ ทำให้ผู้บริโภคได้ฟังเพลงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะมีช่องทางการรับฟังที่หลากหลาย แสดงให้เห็นว่าภาพรวมธุรกิจกำลังเปลี่ยนจาก B2C ไปเป็น B2B ผ่านความร่วมมือขายคอนเทนต์กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม อาทิ JOOX Spotify LINE YouTube ดังนั้นนโยบายสำคัญของแกรมมี่ คือ พยายามมองหาช่องทางใหม่ ๆ โดยเฉพาะช่องทางดิจิทัลเพื่อขยายการเข้าถึงและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของมิวสิกวีดีโอ หรือการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งให้ทั่วถึง โดยปัจจุบันฐานใหญ่ของบริษัทในกลุ่ม VDO Content จะอยู่ที่ยูทูบ และในกลุ่ม Audio จะเป็นแพลตฟอร์ม JOOX รวมทั้งพันธมิตรอื่น ๆ อีก หน้าที่สำคัญของแกรมมี่นับจากนี้ คือ การพัฒนาคอนเทนต์ที่แข็งแรงและมีคุณภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผู้ที่เป็นคอนเทนต์โพรวายเดอร์

  • นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมี เมืองไทย GMM Live House ที่ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อรองรับสำหรับจัดงานแสดง จัดกิจกรรม และจัดคอนเสิร์ตขนาดกลาง ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนธุรกิจโชว์บิซและต่อยอดเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กลุ่มธุรกิจเพลงในภาพรวมอีกด้วย
  • 1.2 ธุรกิจทีวีดิจิทัล

    คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับการออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในเชิงพาณิชย์จำนวน 24 ช่อง ระหว่างวันที่ 26 - 27 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยแบ่งประเภทของช่องรายการออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ช่องรายการสำหรับเด็กและครอบครัวจำนวน 3 ช่อง ช่องรายการข่าวจำนวน 7 ช่อง ช่องรายการทั่วไปความคมชัดปกติจำนวน 7 ช่อง และช่องรายการทั่วไปความคมชัดสูงจำนวน 7 ช่อง บริษัทฯ ได้เข้าร่วมและเป็นผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่สำหรับการออกอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลในเชิงพาณิชย์จำนวน 2 ช่อง ประกอบด้วย

    แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

    ภาพรวมของการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทุกประเภทในปี 2560 เทียบกับปี 2559 ปรับตัวลดลงจาก 107,923 ล้านบาท เป็น 101,445 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 6.0 ของมูลค่ารวม โดยมีสาเหตุมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มต่างจังหวัด สำหรับสื่อที่มีการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาตลอดทั้งปีในสัดส่วนมากที่สุดได้แก่ สื่ออินสโตร์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่าร้อยละ 34.6 สื่อที่มีการเติบโตในลำดับถัดไปได้แก่ สื่อในโรงภาพยนตร์ สื่อกลางแจ้ง สื่อเคลื่อนที่ และสื่อดิจิทัลทีวีเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 25.0 12.8 10.1 และ 7.4 ตามลำดับ ส่วนสื่อที่มีการใช้งบโฆษณาลดลงต่อเนื่อง ได้แก่ สื่อนิตยสาร หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเคเบิลทีวี สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อก และสื่ออินเตอร์เน็ต โดยปรับตัวลดลงในอัตราร้อยละ 33.6 21.8 15.6 14.9 13.1 และ 12.6 ตามลำดับ

    สัดส่วนค่าใช้จ่ายโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ในปี 2560
    มูลค่าค่าใช้จ่ายโฆษณาทุกสื่อในปี 2560 เท่ากับ 101,445 ล้านบาท

    ที่มา: บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสริตร์ ( ประเทศไทย )

    มูลค่าค่าใช้จ่ายโฆษณาในสื่อต่าง ๆ (ล้านบาท)

    ที่มา: บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสริตร์ ( ประเทศไทย )

    ในปีที่ผ่านอุตสาหกรรมสื่อโฆษณายังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางพฤติกรรมการบริโภคสื่อในช่วงสองปีพลิกผันอย่างมาก ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณไปใช้โฆษณาในสื่อรูปแบบออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวีครบรอบสี่ปีของการดำเนินธุรกิจแล้วพบว่ายังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม โดยเม็ดเงินโฆษณายังถูกจัดสรรไปให้ช่องที่มีเรตติ้งอันดับต้น ๆ อย่างไรก็ดีในช่วงปลายปี 2560 มีสัญญาณบวกจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้น เช่นเดียวกับบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ทำให้ลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ เริ่มกลับมาใช้เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อ โดยเฉพาะสื่อหลักอย่างทีวีที่สินค้ากลุ่มใหญ่ทยอยกลับมาลงโฆษณาแล้ว ขณะที่รายได้ของธุรกิจดิจิทัลทีวี แม้ได้รับผลจากเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลงในช่วงไว้อาลัย แต่มีแนวโน้มขาขึ้นฟื้นตัวเช่นเดียวกัน เนื่องจากสื่อทีวี ยังคงเป็นสื่อที่แข็งแกร่งจากอัตราการเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศส่งผลต่อการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ อีกทั้งทีวีดิจิทัลช่องใหม่ในกลุ่มผู้นำมีคอนเทนต์ที่โดดเด่นและดึงดูดผู้ชม ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาในกลุ่มนี้เติบโตในปีที่ผ่านมาต่อเนื่องถึงปีนี้ และคาดว่าในปี 2561 มูลค่ารวมของตลาดโฆษณาจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง จากปัจจัยหนุนเศรษฐกิจมีทิศทางกลับมาฟื้นตัวชัดเจน สะท้อนได้จากตลาดหุ้นปรับขึ้นสูง การส่งออกและท่องเที่ยวยังขยายตัว สถานการณ์การเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ ส่งผลให้ความรู้สึกของผู้บริโภคฟื้นตัว ขณะที่สถานการณ์การแข่งขันของดิจิทัลทีวียังคงรุนแรง แต่ละช่องต่างปล่อยคอนเทนต์แม่เหล็กออกมาเรียกเรตติ้ง ทุกสถานีต้องดึงผู้ชมด้วยคอนเทนต์คุณภาพระดับพรีเมียมที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อดึงผู้ชมพร้อมกันหน้าจอทีวีมากกว่าการชมย้อนหลังหรือในแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งถือเป็นตัวแปรในการสร้างเรตติ้งเพื่อเรียกเม็ดเงินโฆษณาและสร้างการจดจำแบรนด์ของสถานีให้อยู่ในใจของผู้ชม

    ด้านการสนับสนุนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมดิจิทัลทีวี พบว่าคนไทยสามารถเข้าถึงดิจิทัลทีวีได้มากขึ้น ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมามีผู้ชมช่องทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินในสัดส่วนร้อยละ 86.96 และรับชมช่องทีวีเคเบิลและดาวเทียมร้อยละ 13.04 ขยับเพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือน ธ.ค. 2559 ที่สัดส่วนการรับชมช่องทีวีดิจิทัลจะอยู่ที่ร้อยละ 84 และช่องเคเบิลร้อยละ 16 (อ้างอิงข้อมูลจาก กสทช.) ทาง กสทช. มีการเพิ่มการประชาสัมพันธ์ดิจิทัลทีวี ทำให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งเสาอากาศ หรือวิธีการรับชมดิจิทัลทีวีมากยิ่งขึ้น ณ สิ้นปี 2560 กสทช. ได้แจกคูปองไปแล้วทั้งสิ้น 17.55 ล้านคูปอง มีผู้ใช้สิทธิ์แลกกว่า 9.83 ล้านคูปอง คิดเป็นร้อยละ 56 (ที่มา: สำนักงานกสทช.) ทั้งนี้ กสทช. ได้ประกาศขยายระยะเวลาแลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ จากเดิมสิ้นเดือนธันวาคม 2560 สามารถแลกได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 คาดว่าจะทำให้ประชาชนมีการเร่งทยอยแลกกล่องดิจิทัลทีวีจำนวนมากขึ้น อีกทั้งแนวโน้มปีนี้ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจากรัฐบาล ทั้งการขยายระยะเวลาชำระค่าใบอนุญาต และการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมเป็นระยะเวลา 3 ปี รวมถึงการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบบขั้นบันไดตามเกณฑ์ใหม่จะช่วยเสริมผลประกอบการของดิจิทัลทีวีให้ดียิ่งขึ้น

    สำหรับบริษัทฯ ได้มีการวางกลยุทธ์ สร้างจุดเด่นและประชาสัมพันธ์ช่องดิจิทัลทีวีให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง ดังต่อไปนี้

    • เน้นคอนเทนต์ที่โดดเด่น น่าสนใจ มีความหลากหลาย เนื่องจากผู้ชมส่วนใหญ่จะเลือกชมรายการจากเนื้อหาของรายการเป็นหลัก ความน่าสนใจของรายการจึงเป็นตัวสร้างอรรถรสให้ผู้ชมและจะทำให้ผู้ชมจดจำช่องนั้นๆ ได้ดี ซึ่งบริษัทฯ จะทำการสร้างสรรค์และพัฒนาคอนเทนต์ของรายการทั้งละคร ข่าว วาไรตี้ เกมโชว์ ที่ดี มีคุณภาพ มาให้เป็นทางเลือกใหม่แก่ผู้ชม
    • สร้างการรับรู้ของผู้ชมเพื่อให้ช่องดิจิทัลทีวีเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น โดยบริษัทฯ ได้วางแผนการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารหลากหลายช่องทาง เช่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ สื่อออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในสถานที่ต่างๆ และการร่วมสนุกชิงรางวัล รวมถึงการผนึกพันธมิตรจัดแคมเปญ และกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อดึงฐานลูกค้าของพันธมิตรให้มาเป็นฐานผู้ชมของช่องดิจิทัลทีวีอีกด้วย

    บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะนำช่องดิจิทัลทีวีทั้ง 2 ช่องก้าวขึ้นสู่ระดับผู้นำในอุตสาหกรรมดิจิทัลทีวีของประเทศไทยที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพต่อไป

     

    2. กลุ่มธุรกิจอื่น

    2.1 ธุรกิจสื่อวิทยุ

    คือ การผลิตรายการวิทยุเพื่อออกอากาศผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียง โดยการเข้าร่วมประมูลเวลาจัดรายการวิทยุในระบบเอฟเอ็มจากสถานีวิทยุต่าง ๆ เพื่อนำมาประกอบธุรกิจในเชิงพาณิชย์ โดยในปี 2560 กลุ่มบริษัทฯ มีรายการวิทยุทั้งสิ้น 3 สถานี ซึ่งแต่ละสถานีมีลักษณะเฉพาะและจุดเด่นที่ต่างกันไป เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง มีรายละเอียดดังนี้

    ปัจจุบันมีสถานีวิทยุทั่วประเทศ แบ่งเป็นสถานีที่จัดรายการวิทยุภาค FM และภาค AM โดยมีหน่วยงานภาครัฐเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ทั้งหมด และสำนักงาน กสทช. เป็นผู้จัดสรรและดูแล เพื่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการ ดังนั้นผู้ประกอบการสถานีวิทยุภาคเอกชนต้องร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการทำสัญญาสัมปทาน การร่วมผลิต การแบ่งเวลาให้เช่า ฯลฯ โดยจะพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนที่จ่ายให้กับเจ้าของคลื่นความถี่ รูปแบบของรายการที่จะนำเสนอ และฐานะทางการเงินของผู้ประกอบการ ในเดือนธันวาคม 2559 คำสั่ง คสช. มาตรา 44 กำหนดให้ กสทช. เรียกคืนคลื่นวิทยุจากหน่วยงานรัฐที่ถือครองปัจจุบันภายใน 5 ปี จากเดิม กสทช. มีมติเรียกคืนคลื่นวิทยุในเดือนเมษายน 2560 ซึ่งมาตรการขยายเวลาให้หน่วยงานเจ้าของคลื่นวิทยุถือครองคลื่นต่อไปอีก 5 ปี ถือว่าช่วยส่งเสริมการดำเนินงานวิทยุกระจายเสียง และช่วยให้ผู้ประกอบการวิทยุมีระยะเวลาเตรียมตัวมากขึ้น คาดว่าอนาคต กสทช. จะเตรียมแผนงานการบริหารจัดการคลื่นความถี่วิทยุ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและผู้ฟัง

    แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

    ในปี 2560 งบโฆษณาของสื่อวิทยุปรับตัวลดลงจากปี 2559 โดยมีมูลค่าเท่ากับ 4,476 ล้านบาท ลดลง 787 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.9 จากปี 2559 และมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 4.41 ของงบโฆษณาทั้งหมด

    มูลค่าค่าใช้จ่ายโฆษณาในสื่อวิทยุ (ล้านบาท)

    ที่มา: บริษัท เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสริตร์ ( ประเทศไทย )

    สำหรับตลาดสื่อวิทยุแม้ว่าจะประสบภาวะเม็ดเงินโฆษณาถดถอยลงเช่นเดียวกับสื่อดั้งเดิมอื่น ๆ แต่ยังถือว่าเป็นสื่อหลักที่มีอิทธิพลสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้างตลอดทุกช่วงเวลาในราคาที่คุ้มค่า อีกทั้งเป็นสื่อที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน การแข่งขันในธุรกิจวิทยุถือว่าค่อนข้างรุนแรง ท่ามกลางพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังและเพิ่มความนิยมของสถานี อาทิ การขยายช่องทางการรับฟังผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อว่าสื่อวิทยุจะยังไม่หายไป แต่เป็นการนำเสนอควบคู่ไปกับสื่อออนไลน์แทน ดังนั้นปีที่ผ่านมาจึงเป็นอีกก้าวกับการทรานฟอร์ม บิซิเนส สู่ออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้ฟังทั้งแพลตฟอร์มออนแอร์และออนไลน์ ส่งผลให้มียอดผู้ฟังเติบโตสวนกระแสวิทยุโดยรวมชะลอตัว ทั้งนี้หลังจากการขยายรูปแบบการรับฟังจากวิทยุ ผ่านแอพพลิเคชั่น Atime Online เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์ไสตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้ทั้ง 3 รายการ คือ กรีนเวฟ 106.5 อีเอฟเอ็ม104.5 และ ชิลล์ ออนไลน์ มีผู้ฟังกว่า 15 ล้านไอดีในแต่ละเดือน และยังขยายการรับฟังไปได้ทั่วไทยและทั่วโลกอีกด้วย นอกจากการปรับตัวเพื่อดึงความสนใจของผู้ฟังและรักษาฐานผู้ฟังไว้แล้ว การพัฒนาทางด้านรูปแบบและเนื้อหารายการให้มีความแปลกใหม่ โดดเด่น และมีคุณภาพอยู่เสมอถือเป็นเรื่องสำคัญ ควบคู่กับการทำแผนการตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่นการจัดกิจกรรมพบปะศิลปิน หรือผู้จัดรายการ การจัดคอนเสิร์ตขนาดเล็ก เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าและกลุ่มผู้ฟังให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้การพัฒนาบุคลากรและนักจัดรายการวิทยุให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์เสมอ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

    2.2 ธุรกิจภาพยนตร์

    ธุรกิจภาพยนตร์ของบริษัทฯ ดำเนินการภายใต้บริษัทในเครือได้แก่ บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด (GDH 559) โดยมีภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี 2560 จำนวน 2 เรื่องได้แก่ “ฉลาดเกมส์โกง” และ “เพื่อน..ที่ระลึก” ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายผลิตภาพยนตร์ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยประมาณ 3 – 4 เรื่องต่อปี โดยผลิตภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาหลากหลายแตกต่างกันไปแต่ยังคงไว้ซึ่งแบบฉบับของตัวเอง และมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคอนเทนต์บันเทิงที่ดีที่สุดในระดับประเทศ ซึ่งบริษัทฯ มีความพร้อมทั้งในด้านการผลิตและศักยภาพของบุคลากร ทีมงานที่มีความชำนาญ เพื่อนำเสนอภาพยนตร์ที่มีความแปลกใหม่และสร้างความสุขให้กับคนดูภาพยนตร์ไทย

    แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

    สำหรับรอบปีที่ผ่านมา รายได้ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (เฉพาะ Box Office) ในปี 2560 มีมูลค่าประมาณ 4,600 ล้านบาท โดยเป็นรายได้ในส่วนของภาพยนตร์ต่างประเทศกว่าร้อยละ 90 ทั้งนี้ภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี 2560 มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2559 โดยมีจำนวน 52 เรื่อง ถึงแม้ว่าภาพรวมจะดูคึกคักในแง่รายชื่อหนังของผู้สร้างอิสระ และภาพยนตร์ประเภทนอกกระแสที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์ที่คนดูมีทางเลือกเสพสื่อหลากหลายมากขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้ผลประกอบการในส่วนของรายได้ไม่สูงนัก พบว่ามีหนังที่เป็นเมนสตรีมทำเงินเพียงไม่กี่เรื่อง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่ได้ทำรายได้ถล่มทลายแต่หนังไทยก็มีพัฒนาการด้านคุณภาพเพิ่มขึ้น โดยเรื่องที่ประสบความสำเร็จที่สุดในรอบปีก็คือ “ฉลาดเกมส์โกง” ของค่ายหนังจีดีเอชจากความตั้งใจในการสร้างเพื่อยกระดับหนังไทยด้วยแนวใหม่ ทำรายได้รวมตลอดโปรแกรมฉายกว่า 112 ล้านบาทในประเทศไทย และได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์ฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์เอเชียนิวยอร์ก (New York Asian Film Festival - NYAFF) ครั้งที่ 16 ณ สหรัฐอเมริกา และยังเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในต่างประเทศ และยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไทยด้วยการคว้ารางวัลจากต่างประเทศมาอีกมากมาย โดยเฉพาะในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ทั้งจากเทศกาลภาพยนตร์เอเชียนิวยอร์ก ครั้งที่ 16 เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฟุกุโอะกะ ครั้งที่ 27 เทศกาลภาพยนตร์ Fantastic Fest Austin 2017 เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมอนทรีออล 2017 เทศกาลภาพยนตร์ PIFFA Malaysia 2017 รวมไปถึงนักแสดงหน้าใหม่อย่าง "ออกแบบชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง" ก็ยังสร้างชื่อด้วยการคว้ารางวัล นักแสดงนำหญิงมาครอง จากเทศกาลภาพยนตร์ PIFFA Malaysia 2017 และรางวัล Screen Rising Star Asia จาก เทศกาลภาพยนตร์เอเชียนิวยอร์ก ครั้งที่ 16

    ทั้งนี้ ธุรกิจภาพยนตร์เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก โดยต้นทุนของภาพยนตร์ 1 เรื่องทั้งต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์รวมกันจะเท่ากับประมาณ 50 – 70 ล้านบาท ประกอบกับระยะเวลาในการผลิตภาพยนตร์ค่อนข้างนาน โดยการผลิตตั้งแต่การเขียนบทจนถึงระยะเวลาที่ภาพยนตร์เข้าฉายภาพยนตร์นั้นจะใช้เวลาประมาณ 8 – 18 เดือน แต่ความสำเร็จของภาพยนตร์มากหรือน้อยนั้นจะขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมของผู้ชมซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ประกอบกับความนิยมภาพยนตร์ต่างประเทศในระดับที่ค่อนข้างสูงจากความเชื่อว่าบทภาพยนตร์และเทคโนโลยีในการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศดีกว่าภาพยนตร์ไทย

    แนวโน้มอุตสาหกรรมในปี 2561 คาดว่ามูลค่าสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์จะเติบโตต่อเนื่องจากปริมาณสาขาของโรงภาพยนตร์ที่มากขึ้นโดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด และภาพรวมตลาดหนังไทยน่าจะเติบโตอีกครั้งด้วยจำนวนหนังไทยหลายเรื่องที่เตรียมเข้าฉายตลอดทั้งปี ผู้ประกอบการต่างมีมุมมองต่อหนังไทยในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งในด้านการผลิต การฉายทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ดี การจะทำให้ภาพยนตร์ไทยประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งภายนอกและภายในหลายประการ อาทิเช่น

    • เนื้อหาและบทภาพยนตร์ ต้องมีความแปลกใหม่ โดดเด่น ต้องมีการค้นคว้าในเรื่องที่เขียนเป็นอย่างดี โดยผู้เขียนบทภาพยนตร์ต้องใช้ทักษะในการเขียนทั้งภาษาหนัง ภาษาพูด เพื่อให้สื่อความกับกลุ่มคนดูเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
    • สร้างการรับรู้ (Branding) ค่ายหนังหรือสตุดิโอควรต้องสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ชมภาพยนตร์ว่าภาพยนตร์ของค่ายนี้ไม่ว่าเรื่องใด จะเป็นภาพยนตร์ที่มีคุณภาพ ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จเสมอ
    • วิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแท้จริง เพื่อการกำหนดแนวของภาพยนตร์ เตรียมบทภาพยนตร์ ดารานักแสดงและแผนประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ได้

    โดยบริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด จะพิจารณาใช้กลยุทธ์ในการดำเนินงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้ผลงานของบริษัทเป็นที่ประทับใจผู้ชมและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

    2.3 ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง

    ธุรกิจโฮม ช้อปปิ้ง (Home Shopping) เป็นธุรกิจจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางการจัดจำหน่าย แบบตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องรายการที่ใช้ชื่อว่า ‘โอ ช้อปปิ้ง (O Shopping)’ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้แม้อยู่ภายในบ้านของตนเอง บริหารงานโดย บริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการโฮม ช้อปปิ้งชั้นนำในประเทศเกาหลีใต้และยังได้ขยายธุรกิจไปในหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ด้วยเล็งเห็นโอกาสทางการตลาด และด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงของ บริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จำกัด จากประเทศเกาหลีใต้ คาดว่าการร่วมทุนนี้จะทำให้ โอ ช้อปปิ้งสามารถขึ้นเป็นผู้นำช่องโฮมช็อบปิ้งอันดับหนึ่งของเมืองไทย ด้วยการสร้างปรากฏการณ์การนำเสนอรายการช่องโฮม ช้อปปิ้งในรูปแบบที่แตกต่างจากช่องอื่น โดยเน้นที่ความสด ใหม่ ไม่เหมือนใคร ให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แบบตรงไปตรงมาทุกแง่มุม เรียกได้ว่าเป็นช่อง Shopfotainment (“Shopping” “Information” “Entertainment”) ที่จะสร้างทั้งความบันเทิงในครอบครัว รวมทั้งเป็นทางเลือกใหม่ในการช้อปปิ้งอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังมีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีทั้งคุณภาพที่ได้มาตรฐานและเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภค อีกทั้งยังเน้นบริการการจัดส่งที่สะดวกและรวดเร็วครบทุกความต้องการทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลายตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น การชำระเงินผ่านทางเครดิตคาร์ด หรือการชำระเงินสดเมื่อได้รับสินค้า

    แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

    ปัจจุบันอุตสาหกรรมโฮมช้อปปิ้งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อซบเซา ส่งผลถึงตลาดค้าปลีกเติบโตในอัตราที่ต่ำอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งสภาพการแข่งขันยังมีผู้เล่นในตลาดค้าปลีกออนไลน์โดยเฉพาะมาร์เก็ตเพลซรายใหญ่ข้ามชาติที่ทุ่มงบโปรโมชั่นแรงอย่างต่อเนื่องได้เข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการโฮมช้อปปิ้งด้วย อย่างไรก็ดี ธุรกิจโฮมช็อปปิ้งยังมีศักยภาพในการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี ตลาดของธุรกิจนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละแสนล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้น ขนาดตลาดจึงอยู่ที่หลักหมื่นล้านบาท แต่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในแง่การทำตลาด แต่ละค่ายก็ทุ่มงบการตลาด ส่งผลให้แต่ละปีตลาดรวมยังคงเติบโต ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของ 2560 ยอดขายของกลุ่มสินค้าไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ แต่ในช่วงปลายปีบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับคืนมา จากปัจจัยทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผู้บริโภคของภาครัฐในการซื้อสินค้าและสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ส่งผลให้สินค้าต่าง ๆ ทยอยกลับมาใช้งบโฆษณาผ่านสื่ออย่างคึกคัก ทั้งการจัดโปรโมชั่น และมาร์เก็ตติ้งอีเวนต์แบบเต็มพื้นที่ คาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะดีต่อเนื่องตลอดปี 2561 ถือเป็นสัญญาณบวกของอุตสาหกรรมในปีหน้า โดยโอช้อปปิ้งได้วางกลยุทธ์มุ่งธุรกิจอีคอมเมิร์ซภายใต้จุดแข็ง คือ การขายสินค้าในช่องโอช้อปปิ้งมาเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักช้อปออนไลน์ เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจโฮมช็อปปิ้งของกลุ่มบริษัทฯ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้การแข่งขันจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมถึงขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทฯ ให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมรับมือกับการแข่งขัน เพื่อให้ธุรกิจนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ดังนี้

    • สร้างสรรค์เนื้อหารายการโทรทัศน์ให้เป็นที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคให้สั่งซื้อสินค้า
    • การสร้างความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพของสินค้า การให้บริการที่ตรงตามโฆษณา การรับประกันคุณภาพสินค้า ระบบการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพและระบบการชำระเงินที่มีความปลอดภัย
    • การเพิ่มสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้นและเน้นสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตเช่น สินค้าแฟชั่น สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าอี-คอมเมิร์ซ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม รวมทั้งเพิ่มจำนวนสินค้าให้มากขึ้น
    • การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายไปสู่ระบบการขายผ่านออนไลน์อินเทอร์เน็ต และแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน รวมถึงโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
    • ปรับการสื่อสารแบรนด์เพื่อสร้างการรับรู้ว่า โอ ช้อปปิ้ง สามารถเป็นผู้ช่วยในบ้านเสมือน “เพื่อนบ้านที่คุณไว้ไจ” พร้อมสร้างความผูกพันกับสังคมไทย ผ่านโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์มากมาย อาทิ “โอฮัก” (O Hug) ทำความดีถวายพ่อหลวง จุดประกายฝันปั้นดาวก้าวสู่ทีมชาติไทย ปั่นปันฮัก สานพลังประชารัฐ

    2.4 ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม

    การดำเนินธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของบริษัทฯ ในปัจจุบัน แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ

    1. ธุรกิจแพลตฟอร์มโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม "GMM Z" เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2555 เป็นการจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม โดย GMM Z มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ
      • กล่อง GMM Z HD Slim เป็นกล่องรุ่นใหม่ที่สามารถรับชมช่องแบบความคมชัดสูงระดับ Full HD 1080P พร้อมฟังก์ชั่นครบครัน มีระบบทันสมัยและรีโมทอัจฉริยะ จัดกลุ่มช่องรายการทำให้หาช่องง่าย
      • กล่อง GMM Z HD Lite ซึ่งเป็นกล่องรุ่นใหม่ที่สามารถรับชมช่องแบบความคมชัดสูง และรองรับทีวีดิจิทัลได้ด้วย สำหรับลูกค้าที่ต้องการรับชมภาพแบบความคมชัดสูงในราคาย่อมเยาว์กว่า
      • กล่อง GMM Z Smart สำหรับกลุ่มลูกค้าระดับกลางสามารถใช้ได้ทั้งดาวเทียมระบบ C-Band และ KU-Band
      • กล่อง GMM Z Mini สำหรับรองรับลูกค้าที่มีงบประมาณจำกัดและต้องการเปลี่ยนวิธีการรับชมโทรทัศน์จากเสาก้างปลามาเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม
      • กล่อง GMM Z Mini Gold เป็นกล่องรุ่นใหม่ เปลี่ยนโฉมหน้าเป็นหน้าปัดสีทอง พร้อมรีโมทเล็ก กะทัดรัด กระชับมือ
      • กล่อง GMM Z ZEASON เป็นกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวี ความคมชัดระดับ Full HD ดูภาพ ดูหนัง ฟังเพลงด้วย USB Port มีปุ่มกดหน้าเครื่อง รองรับระบบ PVR อัดรายการโปรดล่วงหน้า Biss Key ไร้ปัญหาจอดำ มีระบบ Timeshift หยุดเล่นภาพได้ดังใจ
      • กล่อง GMM Z STREAM เป็นกล่องรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตทีวี ด้วยระบบปฏิบัติการ Android 5.1 ชัดที่สุดในระดับ Ultra HD 4K พร้อม Air Mouse Remote
      • กล่อง GMM Z HD WISE เป็นกล่องรุ่นใหม่ คมชัดระดับ Full HD มีระบบ PVR, Time Shift พร้อมฟังก์ชั่นรองรับการเล่นมีเดียครบครัน
      • กล่อง GMM Z Music Box เป็นเครื่องเล่นเพลงพกพารุ่นใหม่ รวมบทเพลงดังจากสุดยอดศิลปินแกรมมี่ ทั้งลูกทุ่งและลูกกรุง ลิขสิทธ์แท้กว่า 3,200 เพลง มาไว้ในเครื่องเดียว
      • กล่อง จีเอ็มเอ็ม แซท รุ่น HD รองรับการรับชมช่องรายการในระบบ HD พร้อมระบบเสียง DOLBY DIGITAL 5.1 USB 2 PORT มีระบบ PVR บันทึกรายการโปรดได้ตามขนาด Hard Disk Multi Player ดูหนัง ฟังเพลง ดูรูปจาก Flash Drive หรือ Hard Disk ไม่จำกัด
      • กล่อง GMM Z Mini Sky โฉมใหม่ตัวเครื่องสีขาวพร้อมกับหน้าปัดสีฟ้า มีระบบเรียงช่อง OTA เพิ่มช่องรายการให้อัตโนมัติ พร้อมรีโมทอัจฉริยะ จัดกลุ่มช่องรายการหาช่องง่าย หน้าจอ LED ออกแบบปุ่มกดหน้าตัวเครื่องใหม่ใช้งานง่ายและสะดวกมากขึ้น
      • เครื่องเล่น MP3 KARAOKE GMM Z STAR ฟรีเพลงฮิต ลิขสิทธิ์แท้จาก GMM GRAMMY เชื่อมต่อง่ายกับ Application karaoke ใช้ได้กับสมาร์ทโฟน ทั้งระบบ Android และ iOS มาพร้อมพลังเสียงจากลำโพง 2 ทิศทาง สามารถใช้แทนเครื่องเล่น MP3 พกพาสะดวก ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา
    2. ธุรกิจสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อออกกาศทางช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยในการผลิตแต่ละช่องมีต้นทุนไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากรัศมีของสัญญาณดาวเทียมสามารถส่งสัญญาณออกอากาศได้ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศ โดยผู้ลงทุนไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งเสาส่งสัญญาณ เพียงพัฒนาเนื้อหาหรือรายการที่ออกอากาศ และขอใบอนุญาตส่งสัญญาณโทรทัศน์ ก็สามารถให้บริการได้
    3. ณ สิ้นปี 2560 กลุ่มบริษัทฯ ได้ผลิตรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่สามารถรับชมได้ทุกแพลตฟอร์ม ฟรีทูแอร์เพื่อออกอากาศผ่านดาวเทียมไทยคม รวม 2 ช่อง ดังต่อไปนี้


      * ร่วมถือหุ้นกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในสัดส่วนร้อยละ 50 ผ่านบริษัทแฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด

    แนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

    ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมและเคเบิลทีวีเป็นสื่อโทรทัศน์ที่มีฐานผู้ชมมากที่สุดในประเทศ ทั้งเจ้าของสินค้าและเอเจนซี่โฆษณาจึงให้ความสนใจใช้สื่อโฆษณาผ่านช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจทีวีดาวเทียมตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันอยู่ในภาวะที่ซบเซา เนื่องจากได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง นับจากดิจิทัลทีวีเริ่มออกอากาศ จากการแข่งขันเพิ่มขึ้น กฎการจำกัดเวลาโฆษณาหกนาทีต่อชั่วโมงของ กสทช. รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจและโฆษณาชะลอตัว ร่วมกับการลดราคาโฆษณาของผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีช่องที่ความนิยมอยู่ในอันดับไม่สูงนัก ทำให้ผลประกอบการของทีวีดาวเทียมปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ และหันไปหารายได้จากช่องทางออนไลน์ หรือจับมือกับพันธมิตรขายคอนเทนต์ให้กับช่องทีวีต่าง ๆ ขณะที่ทิศทางนับจากนี้ยังคงมีแนวโน้มทรงตัว จากปัจจุบันพฤติกรรมการเสพสื่อและคอนเทนต์ของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากสื่อดั้งเดิมสู่ดิจิทัลและออนไลน์ สำหรับกลุ่มบริษัทฯ ธุรกิจโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ถือได้ว่ามีส่วนอย่างมากในการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ธุรกิจอื่น ๆ ของกลุ่มบริษัทฯ เช่น ธุรกิจเพลง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ